Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 697456)

พ.ศ. 2566 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนยื่นฟ้องนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๒ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ที่ ๓ ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ กระทำละเมิดสร้างถนนสาธารณะในที่ดินมีโฉนดของผู้ฟ้องคดีทั้งสองและขยายถนนสาธารณะจนถึงตัวบ้านของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง และนำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองไปขึ้นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นโดยไม่ได้รับความยินยอม และมิได้อุทิศหรือยกที่ดินให้เป็นทางสาธารณะ อีกทั้งใช้อำนาจโดยมิชอบรื้อถอนทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองออกจากที่ดินดังกล่าว ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ หยุดการกระทำละเมิด ทำที่ดินให้มีสภาพเหมือนเดิม และชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เพิกถอนทางหลวงแผ่นดินในส่วนที่พิพาท เห็นว่า แม้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๒ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี จะ

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนยื่นฟ้องนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๒ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ที่ ๓ ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ กระทำละเมิดสร้างถนนสาธารณะในที่ดินมีโฉนดของผู้ฟ้องคดีทั้งสองและขยายถนนสาธารณะจนถึงตัวบ้านของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง และนำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองไปขึ้นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นโดยไม่ได้รับความยินยอม และมิได้อุทิศหรือยกที่ดินให้เป็นทางสาธารณะ อีกทั้งใช้อำนาจโดยมิชอบรื้อถอนทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองออกจากที่ดินดังกล่าว ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ หยุดการกระทำละเมิด ทำที่ดินให้มีสภาพเหมือนเดิม และชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เพิกถอนทางหลวงแผ่นดินในส่วนที่พิพาท

เห็นว่า แม้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลโรงช้าง ที่ ๒ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทนิยามในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีเป็นเรื่องที่ ผู้ฟ้องคดีทั้งสองอ้างอาศัยสิทธิในความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินพิพาท ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ หยุดการกระทำละเมิดสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองและขอให้ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การว่า ที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยปริยายจึงมีอำนาจปรับปรุงถนนพิพาทเป็นถนนคอนกรีตได้

ดังนี้ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นการโต้แย้ง สิทธิในที่ดิน การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองหรือไม่ จึงเป็นเพียงผล ของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกระทำการตามฟ้องก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสอง แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ มีอำนาจสร้างถนนสาธารณะและนำที่ดินไปขึ้นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นได้โดยไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองใช้สิทธิฟ้องคดีนี้ก็เพื่อขอให้ศาลรับรอง คุ้มครองสิทธิในที่ดินของตนเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
85/2566
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้