Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6974/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุละเมิดเกิดวันที่ 17 กรกฎาคม 2542 เมื่อนับเวลา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/3 วรรคสอง ประกอบมาตรา 193/5 วันครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันละเมิดคือ วันที่ 17 กรกฎาคม 2543 ตรงกับวันเข้าพรรษาเป็นวันหยุดราชการประจำปี และวันที่ 18 กรกฎาคม 2543 เป็นวันหยุดชดเชยวันอาสาฬหบูชาวันหยุดราชการประจำปี ศาลหยุดทำการ ตามมาตรา 193/8 ให้นับวันที่เริ่มทำการใหม่ต่อจากวันหยุดทำการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา โจทก์จึงมีสิทธิที่จะยื่นคำฟ้องคดีนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 ซึ่งเป็นวันที่ศาลเริ่มทำการใหม่ต่อจากวันหยุดทำการได้ อายุความเป็นระยะเวลาอย่างหนึ่ง การนับอายุความจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 1 ลักษณะ 5 ตั้งแต่มาตรา 193/1 ถึงมาตรา 193/8 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ภก 4717 กรุงเทพหมานคร จากนายประพันธ์ วรกุลพิสุทธิ์ มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี นับแต่วันที่ 30 กันยายน 2541 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2542 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2542 จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บฉ 2604 ลพบุรี ด้วยความเร็วและไม่เว้นระยะห่างจากรถยนต์คันหน้าพอสมควรทำให้รถยนต์ที่จำเลยขับชนท้ายรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้อย่างแรง รถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยได้เสียหลักพุ่งเข้าชนรถยนต์กระบะที่อยู่ข้างหน้าอีกต่อหนึ่ง รถยนต์ที่โจทก์รับประกันได้รับความเสียหายโจทก์เสียค่าซ่อมรถคันดังกล่าวเป็นเงิน 60,823 บาท จึงรับช่วงสิทธิมาฟ้องจำเลยผู้ทำละเมิด จำเลยต้องชำระเงินจำนวน 60,823 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันที่ 7 กันยายน 2542 อันเป็นวันที่โจทก์ได้ชำระเงินค่าซ่อมเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 3,802 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 64,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 60,823 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เหตุละเมิดเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2542 แต่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันเกิดเหตุ ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถาน โจทก์และจำเลยท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ยอมแพ้ หากศาลวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยยอมแพ้และยอมรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 64,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 60,823 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 19 กรกฎาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ได้รับประกันรถยนต์หมายเลขทะเบียน ภก 4717 กรุงเทพมหานคร จากนายประพันธ์ วรกุลพิสุทธิ์ มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี นับแต่วันที่ 30 กันยายน 2541 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2542 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2542 จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บฉ 2604 ลพบุรี ด้วยความเร็วและไม่เว้นระยะห่างจากรถยนต์คันหน้าพอสมควรชนท้ายรถยนต์คันที่โจทก์ได้รับประกันภัยไว้ ทำให้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหายต้องซ่อมเป็นเงิน 60,823 บาท โจทก์ได้ชำระค่าซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2542 และยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์รู้เหตุละเมิดและรู้ตัวจำเลยซึ่งเป็นผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2542 โจทก์ต้องยื่นฟ้องจำเลยภายในกำหนด 1 ปี คือภายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2543 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นการขยายอายุความออกไป ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดมีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง เหตุละเมิดเกิดวันที่ 17 กรกฎาคม 2542 เมื่อนับเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/3 วรรคสอง

ประกอบมาตรา 193/5 วันครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันละเมิดคือวันที่ 17 กรกฎาคม 2543 ตรงกับวันเข้าพรรษาเป็นวันหยุดราชการประจำปี และวันที่ 18 กรกฎาคม 2543 เป็นวันหยุดชดเชยวันอาสาฬหบูชาวันหยุดราชการประจำปี ศาลหยุดทำการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 ให้นับวันที่เริ่มทำการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทำการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา โจทก์จึงมีสิทธิที่จะยื่นคำฟ้องคดีนี้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 ซึ่งเป็นวันที่ศาลเริ่มทำการใหม่ต่อจากวันหยุดทำการได้ และถือว่าโจทก์ได้ฟ้องคดีนี้ภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันทำละเมิดแล้ว การที่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 หาใช่เป็นการขยายอายุความออกไปดังที่จำเลยฎีกาไม่

ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองจะนำบทบัญญัติมาตรา 193/8 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในเรื่องการนับระยะเวลามาใช้บังคับแก่การนับอายุความไม่ได้นั้น เห็นว่า อายุความเป็นระยะเวลาอย่างหนึ่ง การนับอายุความจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 ตั้งแต่มาตรา 193/1 ถึงมาตรา 193/8 ด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่การนับอายุความและวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3990/2549

คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องขอคืนของกลางของผู้ร้องเพียงว่าศาลจะสั่งคืนของกลางให้แก่ผู้ร้องหรือไม่เท่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องที่จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4903/2548

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2546 ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 ขอขยายเวลายื่นฎีกาอีก 30 วัน ศาลชั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2545

ครบกำหนดยื่นอุทธรณ์วันที่ 5 ธันวาคม 2541 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 20 วัน นับแต่วันครบอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาตตามขอ การนับระยะเวลาที่ขอขยายออกไปจึงต้องนับจากวันครบกำหนดระยะเวลาเดิมค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2942/2545

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 แม้เป็นกฎหมายที่มีความมุ่งหมายคุ้มครองการใช้แรงงานอย่างเป็นธรรมและมีบทบัญญัติในการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะ แต่ก็มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษแต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2543

ป.พ.พ.มาตรา 193/8 บัญญัติว่า "ถ้าวันสุดท้ายของระยะเวลาเป็นวันหยุดทำการตามประกาศเป็นทางการหรือตามประเพณี ให้นับวันที่เริ่มทำการใหม่ต่อจากวันหยุดทำการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา" หมายถึงว่า หากไม่มีกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้