Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 695976)

พ.ศ. 2566 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ นาง อ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหนองคาย ที่ ๑ กรมที่ดิน ที่ ๒ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี ภายหลังศาลมีคำสั่งเรียกนาง น. เข้ามาเป็นผู้ร้องสอด ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องสรุปได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ โดยซื้อมาจากนางสาว ก. ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามมีคำสั่งออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ ให้แก่ผู้ร้องสอด ซึ่งไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครอง ขอให้ศาลมี

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ นาง อ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหนองคาย ที่ ๑ กรมที่ดิน ที่ ๒ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี ภายหลังศาลมีคำสั่งเรียกนาง น. เข้ามาเป็นผู้ร้องสอด ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องสรุปได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ โดยซื้อมาจากนางสาว ก. ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามมีคำสั่งออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ ให้แก่ผู้ร้องสอด ซึ่งไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครอง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ ที่ออกให้แก่ผู้ร้องสอด และมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามดำเนินการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามสิทธิครอบครอง

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การสรุปว่า การออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ร้องสอดเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนผู้ร้องสอดให้การโดยสรุปว่า ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาท เพียงแต่ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ขอให้ตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินและขออายัดที่ดินเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชนฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหนองคาย ที่ ๑ กรมที่ดิน ที่ ๒ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยตั้งรูปเรื่องว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในการออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ ให้แก่ผู้ร้องสอด แต่เมื่อพิจารณาคำฟ้อง

คำให้การ ตลอดจนคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ ซึ่งมีชื่อผู้ร้องสอดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามดำเนินการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดีตามสิทธิครอบครอง โดยผู้ฟ้องคดีอ้างว่าการที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ ให้แก่ผู้ร้องสอดเป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ร้องสอดไม่ใช่ผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ แต่ที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีที่ซื้อมาจากนางสาว ก. จะเห็นได้ว่า ลักษณะข้อพิพาทในคดีนี้เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทว่า เป็นที่ดินพิพาทที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครองตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องสอดตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๒๙๒๕ ซึ่งไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือของผู้ร้องสอด

ย่อมกระทบต่อสิทธิในทางทรัพย์สินของเอกชนทั้งสองฝ่าย โดยต่างฝ่ายต่างต้องพิสูจน์การได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ เจตนารมณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการขอให้ศาลรับรองและคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของตน กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
71/2566
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้