Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6954/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา1401ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิมาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วยซึ่งได้แก่มาตรา1382เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องได้ใช้สอยอสังหาริมทรัพย์อื่นโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาจะให้ได้สิทธิภารจำยอมในอสังหาริมทรัพย์นั้นติดต่อกันเป็นเวลา10ปีจึงจะได้ภารจำยอมเหนืออสังหาริมทรัพย์นั้น การช่วยออกเงินค่าทำท่อน้ำและดินลูกรังเพื่อให้เจ้าของที่ดินที่ทางพิพาทผ่านทำถนนเนื่องจากเจ้าของที่ดินได้ยกทางพิพาทให้เป็นทางผ่านจึงเป็นการใช้ทางพิพาทเข้าออกโดยมีข้อตกลงกับเจ้าของที่ดินถือไม่ได้ว่าได้ใช้ทางพิพาทโดยไม่ได้อาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินไม่เป็นการใช้ทางพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาได้สิทธิภารจำยอมจึงไม่ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นางโก๋เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 14793ได้ทำทางเดินกว้าง 6 เมตร ยาว 32 เมตร จากที่ดินนางโก๋ผ่านที่ดินจำเลยและใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของจนถึงปี 2533 โดยจำเลยไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด ทางเดินดังกล่าวจึงตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินนางโก๋ต่อนางโก๋ได้ยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์ได้ใช้ทางเดินซึ่งเป็นภารจำยอมดังกล่าวตลอดมา จำเลยได้นำหลักไม้แก่นมาปักกั้นทางเดิน ทำให้โจทก์ออกสู่ทางสาธารณะไม่ได้ ขอให้พิพากษาว่าทางเดินในที่ดินโฉนดเลขที่ 12543 และ 12544 ขนาดกว้าง 6 เมตรยาว 32 เมตร ของจำเลยตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 14793ของโจทก์ ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางภารจำยอมดังกล่าว

หากจำเลยไม่ไปให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้แก่นแขนงไผ่ และสิ่งกีดขวางออกไปให้พ้นทางภารจำยอมด้วยจำเลยให้การว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่ตกเป็นภารจำยอมขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 12543 และ12544 ตำบลคลองตาคต (บ้านไร่) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีขนาดกว้างประมาณ 6 เมตร ยาวประมาณ 29 เมตร ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.2 ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 14793ตำบลคลองตาคต (บ้านไร่) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้แก่น แขนงไม้ไผ่และสิ่งกีดขวางออกจากทางภารจำยอมคำขออื่นให้ยกจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 14793 เดิมเป็นของนางโก๋ย่าของโจทก์

เมื่อเดือนมีนาคม 2533 นางโก๋ได้ยกที่ดินแปลงดังกล่าวเนื้อที่2 งาน 35 ตารางวา ภายในแนวเส้นสีแดงตามแผนที่พิพาทให้แก่โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 12543 และ 12544 ซึ่งมีเขตติดต่อกันและตั้งอยู่ตำบลเดียวกันกับที่ดินโจทก์ ที่ดินของจำเลยทั้งสองแปลงอยู่ติดถนนสายเพชรเกษม-เชาช่องพราน โจทก์อ้างว่าที่ดินของจำเลยทั้งสองแปลงตกเป็นภารจำยอมสำหรับเป็นทางเข้าออกที่ดินของโจทก์กว้าง 6 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร ตามแนวเส้นประสีแดงในแผนที่พิพาทซึ่งเป็นทางพิพาท มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์หรือไม่เพียงใด เห็นว่า

โจทก์ฟ้องโดยกล่าวอ้างว่า ที่ดินของจำเลยทั้งสองแปลงตกเป็นภารจำยอมสำหรับเป็นทางเข้าออกที่ดินโจทก์โดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิมาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย และอายุความได้สิทธิที่จะนำมาใช้คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องได้ใช้สอยอสังหาริมทรัพย์อื่น โดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาจะให้ได้สิทธิภารจำยอมในอสังหาริมทรัพย์นั้นติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จึงจะได้ภารจำยอมเหนืออสังหาริมทรัพย์นั้น ที่โจทก์อ้างว่า นางโก๋ย่าของโจทก์ใช้ทางพิพาทผ่านที่ดินของจำเลยตั้งแต่ทางราชการตัดถนนสายเพชรเกษม-เขาช่องพราน ในปี 2515 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองตอนตอบทนายโจทก์ถามติงว่า

ตอนที่จำเลยทำถนนเชื่อมกับถนนเพชรเกษม-เขาช่องพราน จ่าสิบเอกบุญบิดาโจทก์ นายขวดปู่ของโจทก์ช่วยออกเงินค่าทำท่อน้ำและดินลูกรังด้วย เนื่องจากจำเลยได้ยกทางพิพาทให้โจทก์เป็นทางผ่านซึ่งความข้อนี้จ่าสิบเอกบุญและนายประเสริฐผู้ใหญ่บ้านท้องที่ทางพิพาทตั้งอยู่ก็เบิกความยืนยันตรงกับคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าว โดยเฉพาะจ่าสิบบุญเบิกความด้วยว่า มีข้อตกลงว่าจำเลยยอมให้นางโก๋กับพวกผ่านที่ดินของจำเลย เมื่อนางโก๋และโจทก์ใช้ทางพิพาทเข้าออกที่ดินของโจทก์โดยมีข้อตกลงกับจำเลย จึงถือไม่ได้ว่า นางโก๋และโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทโดยไม่ได้อาศัยสิทธิของจำเลยเจ้าของที่ดิน การใช้ทางพิพาทดังกล่าวไม่เป็นการใช้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ อันจะทำให้โจทก์ได้ภารจำยอมในที่ดินของจำเลยดังกล่าวโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ประกอบมาตรา 1401พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3996/2554

ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้ง 3 แปลง เดิมเป็นทางเกวียนมาก่อน บิดาโจทก์และโจทก์รวมทั้งชาวบ้านใช้ทางพิพาทเข้าออกไปมาจากหมู่บ้านไปทุ่งนาก่อนที่จะมีคลองชลประทาน จนกระทั่งปี 2523 ได้ขุดทางเกวียนเป็นคลองส่งน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12102/2553

โจทก์ทั้งสามใช้ทางพิพาทโดยอาศัยสิทธิ ป.ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมิใช่เป็นการใช้สิทธิในทางพิพาทอันเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดินจึงไม่ก่อให้เกิดภาระจำยอม หลังจากจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของทางพิพาท โจทก์ทั้งสามมิไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้