Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6940/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลพิพากษาให้โจทก์แบ่งทรัพย์ให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามฟ้องแย้งควรระบุวิธีการแบ่งให้ชัดเจนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1364 คือถ้าการแบ่งไม่ตกลง ก็ให้ขายโดยประมูลราคาในระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาด เพื่อมิให้เกิดเป็นปัญหาในชั้นบังคับคดีเพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 การบังคับคดีจะต้องอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษา และมาตรา 272วรรคแรก บัญญัติให้ศาลออกคำบังคับโดยกำหนดวิธีที่จะปฎิบัติตามคำบังคับไว้ด้วย จำเลยฟ้องแย้งขอแบ่งทรัพย์กึ่งหนึ่ง โดยระบุราคาทรัพย์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน ซึ่งมีความหมายว่าถ้าการแบ่งตัวทรัพย์ไม่อาจเป็นไปได้ ก็ขอแบ่งส่วนเป็นเงิน การให้ขายเอาเงินแบ่งกันจึงไม่เกินคำขอในฟ้องแย้ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 14442เนื้อที่ 159/10 ตารางวา โดยซื้อมาจากพลตำรวจตรีสุดสงวน ตัณสถิตย์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2516 ก่อนโจทก์จะซื้อที่ดินดังกล่าวโจทก์มีปัญหากับภรรยาซึ่งหย่าร้างกันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2516และกำลังจะแบ่งสินสมรสกัน ถ้าโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินคนเดียว ภรรยาโจทก์จะขอแบ่งที่ดินของโจทก์ โจทก์จึงให้จำเลยซึ่งเป็นน้องชายของโจทก์ลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวร่วมกับโจทก์ เพื่ออำพรางให้ภรรยาโจทก์เข้าใจว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกับโจทก์ ความจริงโจทก์ออกเงินซื้อแต่ผู้เดียวจำเลยยินยอมถือกรรมสิทธิ์รวมแทนโจทก์ ถ้าโจทก์ต้องการที่ดินคืนจำเลยจะยอมถอนชื่อออก บัดนี้โจทก์กับภรรยาหย่าร้างกันและแบ่งทรัพย์สินกันแล้ว

ไม่จำต้องอำพรางต่อไป โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนถอนชื่อออกจากโฉนดที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยถอนชื่อออกจากโฉนดที่ดินดังกล่าว หากไม่ปฎิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของร่วมกับโจทก์ในที่ดินพิพาทคนละส่วนเท่า ๆ กัน โดยจำเลยกับโจทก์ร่วมกันซื้อที่ดินดังกล่าว แต่ขาดเงินอยู่ 100,000 บาท จำเลยกับโจทก์ได้ไปกู้เงินจากบริษัทกรุงเทพสหมิตรเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โดยจำนองที่ดินดังกล่าวไว้เป็นประกัน ต่อมาจำเลยกับโจทก์ได้ร่วมกันหาเงินไปชำระและไถ่ถอนจำนองแล้ว การที่จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมในโฉนดที่ดินมิใช่เพื่ออำพรางภรรยาโจทก์ ถ้าโจทก์ประสงค์มิให้ภรรยาโจทก์เข้ามาขอแบ่งที่ดิน

ก็น่าจะต้องให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียว โจทก์ไม่เคยมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยไปจดทะเบียนถอนชื่อออกจากโฉนดที่ดิน จำเลยไม่เคยรับหนังสือนั้น ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้ง ขอให้บังคับโจทก์แบ่งโฉนดที่ดินตามฟ้องพร้อมอาคารตึกแถวสองชั้นบนที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยคนละส่วนเท่า ๆ กันหากโจทก์ไปปฎิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโจทก์ที่ดินพิพาทพร้อมอาคารตึกแถวมีราคา 600,000 บาท จำเลยถือเป็นทุนทรัพย์ในการฟ้องแย้งกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 300,000 บาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวบนที่ดินแต่เพียงผู้เดียวในราคา 147,000 บาท โจทก์ให้จำเลยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมด้วยเพื่ออำพรางภรรยาโจทก์ ข้อที่จำเลยขอให้โจทก์แบ่งที่ดิน ซึ่งมีเนื้อที่เพียง 15 9/10 ตารางวาและมีตึกแถวเต็มเนื้อที่ จึงไม่อาจแบ่งแยกได้

ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 14442ถนนเจริญเวียง ตำบลสีลม (สาธร) อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร(กรุงเทพมหานคร) และอาคารตึกแถวเลขที่ 3 ที่ปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยครึ่งหนึ่งตามฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แบ่งทรัพย์ให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามฟ้องแย้งนั้น ควรต้องระบุวิธีการแบ่งให้ชัดเจน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364คือถ้าการแบ่งไม่ตกลงก็ให้ขายโดยประมูลราคาในระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาด ทั้งนี้ เพื่อมิให้เกิดปัญหาในชั้นบังคับคดีเพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 นั้นการบังคับคดีจะต้องอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาและมาตรา 272 วรรคแรก บัญญัติให้ศาลออกคำบังคับโดยกำหนดวิธีที่จะปฎิบัติตามคำบังคับไว้ด้วย กรณีนี้จำเลยฟ้องแย้งขอแบ่งทรัพย์กึ่งหนึ่ง โดยระบุราคาทรัพย์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 300,000 บาทและเสียค่าขึ้นศาลมาในทุนทรัพย์นี้ ซึ่งมีความหมายว่าถ้าการแบ่งตัวทรัพย์ไม่อาจเป็นไปได้ก็ขอแบ่งส่วนเป็นเงิน ดังนี้ การให้ขายเอาเงินแบ่งกัน จึงไม่เกินคำขอในฟ้องแย้ง ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขโดยกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์ให้ชัดเจน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ถ้าการแบ่งที่ดินและตึกแถวพิพาทไม่อาจตกลงกันได้ ก็ให้ขายโดยประมูลราคาในระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินให้จำเลยกึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรุณ น้าประเสริฐ · จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2566

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกันแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โดยระบุในคำฟ้องว่า จ. โดย ท. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 4 และ ด. โดย ส. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 5 จึงเป็นการฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1395/2544

การฟ้องเรียกทรัพย์มรดก ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 ที่ห้ามสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2541

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ความเป็นเจ้าของต้องพิจารณาจากแนวเขตที่ดินที่ทั้งสองฝ่ายยึดถือครอบครองน.ส.3 ก. ของจำเลยเป็นเพียงคำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้วเท่านั้น ไม่ก่อให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2541

จำเลยเพียงแต่แถลงขอวางเงินค่าเสียหาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนการปฏิบัติตามคำพิพากษาในเรื่องกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและบ้านตามคำพิพากษายังมิได้มีการตกลงแบ่งกันตามลำดับขั้นตอนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6080/2540

โจทก์และจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่ากันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วการสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ย่อมสิ้นสุดลง และขาดจากการเป็นสามีภริยาตาม ป.พ.พ.มาตรา 1501 โดยมีผลสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนหย่าแล้ว ตามมาตรา1515 แล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้