Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในขณะที่จำเลยที่ 2 แก้ไขต่อเติมอาคารโดยมิได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารดังกล่าวมาจากจำเลยที่ 2 นั้น เป็นระยะเวลาที่พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2479 ยังใช้บังคับซึ่งตามบทกฎหมายดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ทำการก่อสร้างรื้อถอนอาคาร แม้ขณะที่โจทก์ฟ้องคดีจะเป็นระยะเวลาที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีบทบัญญัติให้อำนาจโจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครองครองนั้นรื้อถอนได้ก็ตามแต่บทบัญญัติดังกล่าวนี้ไม่มีผลย้อนหลังโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รื้อถอนอาคาร และปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีปัญหานี้ขึ้นสู่ศาลฎีกา เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ก็ให้โจทก์รื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาสั่งให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมปิดทางเดินด้านหลัง ถ้าจำเลยไม่ยอมรื้อถอนก็ให้โจทก์รื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยที่ 2เป็นเจ้าของอาคารห้องแถวเลขที่ 281/41 เมื่อระหว่างวันที่29 ตุลาคม 2519 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2521 จำเลยที่ 2 แก้ไขต่อเติมอาคารดังกล่าวโดยการสร้างปกคลุมที่ว่างทางเดินด้านหลังอาคารโดยมิได้รับอนุญาตการกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2479 เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2483เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ

เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2491 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยเทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2515 และขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 การก่อสร้างต่อเติมดังกล่าวเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ต่อมาวันที่9 พฤษภาคม 2521 เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจพบการกระทำผิดหัวหน้าเขตบางรัก ได้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนอาคารที่ต่อเติม จำเลยที่ 2 เพิกเฉย หัวหน้าเขตบางรักได้มีหนังสือแจ้งความร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 5,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารดังกล่าว

หัวหน้าเขตบางรักได้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 แก้ไขอาคารให้ถูกต้อง จำเลยที่ 1 เพิกเฉยหัวหน้าเขตบางรักมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนอาคารแล้วจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม และข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารจำเลยที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคาร เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2521หัวหน้าเขตบางรัก ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2523ให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนอาคารที่ต่อเติม ดังนี้ ขณะที่ทำการก่อสร้างต่อเติม และจำเลยที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากจำเลยที่ 2 เป็นระยะเวลาที่พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช2479 ใช้บังคับ ซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารพุทธศักราช 2479 ไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ทำการก่อสร้าง

แม้ขณะที่โจทก์ฟ้องคดีเป็นระยะเวลาที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมาตรา 40, 42แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้อำนาจโจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนั้นได้ก็ตาม แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลัง ซึ่งมีคำพิพากษาฎีกาที่ 4163/2529ระหว่างผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โจทก์ นายไพฑูรย์เนาวรัตโนภาส กับพวก จำเลย ได้พิพากษาเป็นแบบอย่างไว้แล้วโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รื้อถอนอาคาร แม้จะไม่มีปัญหาขึ้นสู่ศาลฎีกา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน สมควรยกขึ้นวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนอาคารตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2541

จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีโดยมิได้ยกประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมขึ้นเป็นข้อต่อสู้ การที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้ และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยมาให้ จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325/2537

ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 4 ข้อ 3(ข) ป้ายที่ติดหรือตั้งไว้นอกที่สาธารณะจะถือว่าเป็นอาคารก็ต่อเมื่อครบองค์ประกอบ 2 ประการคือ เกี่ยวกับระยะห่างจากที่สาธารณะ และมีขนาดหรือมีน้ำหนักเกินกว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2533

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ต่อเติมดัดแปลงตึกแถวด้านหลังออกไปกว้าง 2.50 เมตร ยาว 6.50 เมตร อันเป็นการสร้างเชื่อมปิดคลุมทางเดินด้านหลังอาคารต่อจากอาคารด้านหลังไปถึงรั้วหลังอาคารทั้งสองด้าน และมุงหลังคากระเบื้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2531

ที่จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลที่กำหนดให้จำเลยนำสืบก่อนว่าไม่ถูกต้องนั้น เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลเป็นอย่างอื่นแล้วฎีกาข้อกฎหมายข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2529

เมื่อช. พยานคนสุดท้ายของโจทก์ตอบคำถามติงแล้วโจทก์ส่งคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบอำนาจให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนเป็นพยานต่อศาลและให้ช. ดูและแถลงรับรองเอกสารดังกล่าวถือได้ว่าเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้