Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6921/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องของจำเลยขอให้กำหนดเวลาให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นเรื่องการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ย่อมเป็นผลสืบเนื่องมาจากการยกคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินของจำเลย หากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินก็จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไม่ได้ การอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาวางเงิน จำเลยชอบที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่จำเลยทราบคำสั่งศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 หากศาลอุทธรณ์ขยายระยะเวลาวางเงินให้แก่จำเลย คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยย่อมเป็นอันตกไปเนื่องจากจำเลยยังสามารถวางเงินได้อีกจึงไม่ใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ศาลอุทธรณ์จึงต้องวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยว่าสามารถขยายระยะเวลาวางเงินให้จำเลยหรือไม่ แล้วมีคำพิพากษาไปตามรูปคดี การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไปในกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จึงเป็นการไม่ชอบ จำเลยได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินไปถึงวันที่ 17 มีนาคมการที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินอีกครั้งในวันที่ 21 เมษายนจึงเป็นการขอขยายระยะเวลาภายหลังจากระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้สิ้นไปแล้ว ในกรณีเช่นนี้จะขยายระยะเวลาให้จำเลยได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัย แต่ตามคำร้องของจำเลยอ้างว่าทนายจำเลยคนเดิมมิได้แจ้งให้ทนายจำเลยคนใหม่ทราบถึงเรื่องที่ยังไม่ได้วางเงิน ซึ่งเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยเอง จึงไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัยที่จะขยายระยะเวลาวางเงินให้จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 7,316,301 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี จากต้นเงิน 6,810,456.10 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2540เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน659,588 บาท หากไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 196593, 197074 ตำบลคลองตัน (บางกะปิฝั่งใต้) ตำบลคลองเตย(บางกะปิฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง (บางกะปิ) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนกับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ โดยยื่นคำร้องลงวันที่ 2 มีนาคม 2542 ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไป 15 วัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมไปถึงวันที่ 17 มีนาคม 2542และมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า รอไว้สั่งเมื่อจำเลยที่ 1 วางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 มิได้วางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลาให้ วันที่ 21เมษายน 2542 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าเมื่อทนายจำเลยที่ 1 คนเดิมยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ได้แล้วได้มอบสำนวนให้ทนายจำเลยที่ 1 คนใหม่ดำเนินการต่อไปตามที่จำเลยที่ 1แต่งตั้ง โดยมิได้แจ้งให้ทนายจำเลยที่ 1 คนใหม่ทราบถึงเรื่องที่ยังไม่ได้วางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ทนายจำเลยที่ 1 คนใหม่เข้าใจว่ามีการวางเงินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เมื่อตรวจสำนวนจึงทราบว่ายังมิได้วางเงินดังกล่าว แต่ล่วงเลยเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ไปแล้วขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 วางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 26 เมษายน2542 ว่า ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ และศาลชั้นต้นสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ในวันเดียวกันว่า จำเลยที่ 1 ไม่วางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ภายในกำหนด จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวในวันที่ 28 เดือนเดียวกันจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2542 อ้างว่ามีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยที่ 1 วางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ได้ขอให้ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 21 เมษายน 2542 โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 1 วางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ภายในเวลาที่กำหนด และรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ด้วยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2542 ซึ่งจำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งแล้ว แต่จำเลยที่ 1เพิ่งมายื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ (ที่ถูกจะต้องทำเป็นคำร้อง) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2542 จึงเกินกำหนดเวลา 15 วัน ทั้งมิได้วางเงินหรือหาประกันสำหรับหนี้ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ได้อนุญาตให้ขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มิได้อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ตามข้อเท็จจริงที่ถูกต้องนั้น

เห็นว่า คำร้องของจำเลยที่ 1ฉบับลงวันที่ 21 เมษายน 2542 ขอให้กำหนดเวลาให้จำเลยที่ 1 วางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ เป็นเรื่องการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นผลสืบเนื่องมาจากการยกคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1ดังกล่าว หากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แก่จำเลยที่ 1 ก็จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ การอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์

จำเลยที่ 1 ชอบที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ 1ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นอันเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 หากศาลอุทธรณ์ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แก่จำเลยที่ 1 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นอันตกไปเนื่องจากจำเลยที่ 1 ยังสามารถวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ได้อีกจึงมิใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องยื่นเป็นคำร้องภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นและต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย

ศาลอุทธรณ์จึงต้องวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ว่า สามารถขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 หรือไม่ แล้วมีคำพิพากษาไปตามรูปคดี ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไปในกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์จึงเป็นการไม่ชอบฎีกาของจำเลยที่ 1ฟังขึ้น แต่เมื่อคดีมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาที่ว่ามีเหตุอันควรขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 หรือไม่ไปเสียเอง โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาใหม่ ในปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 17 มีนาคม 2542 การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 21 เมษายน 2542 จึงเป็นการขอขยายระยะเวลาภายหลังจากระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้สิ้นไปแล้ว ในกรณีเช่นนี้จะขยายระยะเวลาให้จำเลยที่ 1 ได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัย

คือ เหตุที่ทำให้จำเลยที่ 1 ไม่สามารถยื่นคำร้องเสียก่อนสิ้นระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้ในครั้งแรกด้วย แต่เหตุผลตามคำร้องของจำเลยที่ 1ที่ว่าทนายจำเลยที่ 1 คนเดิมมิได้แจ้งให้ทนายจำเลยที่ 1 คนใหม่ทราบถึงเรื่องที่ยังไม่ได้วางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นั้นเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยที่ 1 เอง กรณีจึงมิใช่พฤติการณ์พิเศษและมิใช่เหตุสุดวิสัยที่จะขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งคำร้องลงวันที่ 2 มีนาคม 2542ของจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 1 มิได้ยกขึ้นอ้างไว้ในคำร้องลงวันที่ 21 เมษายน2542 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ และยกคำร้องของจำเลยที่ 1ตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้