Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6905/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การประเมินค่ารายปีตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯนอกจากจะนำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วเป็นหลักแล้ว ยังต้องคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์ รวมทั้งยังต้องดูหลักเกณฑ์อื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ด้วย การนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วเพียงข้อเดียวมากำหนดค่ารายปีในเมื่อค่ารายปีของโรงเรือนอาจเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามสภาพข้อเท็จจริงจึงเป็นการไม่ถูกต้อง สำหรับการกำหนดค่ารายปีคดีนี้ ศาลภาษีอากรกลางได้กำหนดโดยการประเมินให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการเพื่อความเป็นธรรมแล้วกำหนดเป็นค่าเช่าต่อหนึ่งตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งค่าเช่าดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ค่าเช่าภายในของอาคารที่โจทก์มีห้องชุดให้เช่า จึงถือได้ว่ามีความเหมาะสมแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของคุณหญิงดุษฎีศุภมงคล ผู้ตาย ตามคำสั่งของศาลจังหวัดชลบุรี โจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2 ดำเนินคดีแทนผู้ตายเป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ 3354/18อาคารชุดชื่อ "อาคารชุดมโนรม" เลขที่ 1 ชั้นที่ 6 เนื้อที่ประมาณ277 ตารางเมตร ตั้งอยู่เลขที่ 3354 ถนนพระราม 4 แขวงคลองตันเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 187300,187634 ตำบลคลองเตย อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร จำเลยมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ส่วนสำนักงานเขตคลองเตยเป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกรุงเทพมหานครได้รับมอบหมายให้ประเมินและจัดเก็บภาษีโรงเรือนในคลองเตยเมื่อปี 2534 ถึงปี 2540 โจทก์ที่ 1ให้บริษัทไทยน้ำทิพย์

จำกัด เช่าห้องชุดเลขที่ 3354/18 ประกอบธุรกิจค่าเช่าห้องชุดคิดเป็นปี ๆ นับแต่เริ่มเช่าค่าเช่าปี 2539 เป็นเงินเดือนละ86,700 บาท ค่าเช่าปี 2540 เดือนละ 91,900 บาท โจทก์ที่ 1 ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) สำหรับห้องชุดเลขที่ดังกล่าวต่อจำเลยตามที่ได้รับค่าเช่าจากผู้เช่าในแต่ละปีตลอดอายุสัญญาเช่าดังกล่าว แล้วเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินมาตลอดทุกปีเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าบริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด ไม่เช่าต่อ วันที่ 26พฤศจิกายน 2540 บริษัท เอ.บี.บี. เด็มเล่อร์ เบนซ์ทรานสปอตเทชั่น(ซิคแนล) จำกัด จึงได้มาเช่าห้องดังกล่าวทำเป็นสำนักงานตั้งแต่วันที่ 1มกราคม 2541 ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท

ต่อมาวันที่ 23กรกฎาคม 2541 โจทก์ที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ 2การที่อัตราค่าเช่าห้องราคาต่ำลงก็เพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำบรรดาห้องชุดหาผู้เช่าลำบาก โจทก์จึงเรียกเก็บค่าเช่าในอัตราเดิมไม่ได้ โจทก์ที่ 1ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ประจำปี2541 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม 2541 และโจทก์ที่ 2ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ประจำปี2541 ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม 2541 ต่อจำเลยตามค่าเช่าที่เรียกเก็บจากผู้เช่าเดือนละ 50,000 บาท ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม2542 เจ้าพนักงานของจำเลยได้แจ้งรายการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2541 ให้แก่โจทก์ทั้งสองทราบโดยแจ้งประเมินค่ารายปีสำหรับโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 735,200 บาทคิดเป็นเงินค่าภาษี 91,900 บาท

แจ้งประเมินค่ารายปีสำหรับโจทก์ที่ 2เป็นเงิน 367,600 บาท คิดเป็นเงินค่าภาษี 45,950 บาท รวมเป็นเงินค่ารายปี 1,102,800 บาท ค่าภาษี 137,850 บาท โจทก์ทั้งสองชำระภาษีแล้วแต่ไม่เห็นด้วยกับการประเมินเพราะค่าเช่ารับจริงซึ่งโจทก์ที่ 1ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม 2541 เป็นเงินค่าเช่า400,000 บาท ค่าภาษี 50,000 บาท และโจทก์ที่ 2 รับค่าเช่าตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม 2541 เป็นเงินค่าเช่า 200,000 บาทค่าภาษี 25,000 บาท โจทก์ทั้งสองต้องเสียภาษีเกินไปเป็นจำนวนเงิน62,850 บาท จำเลยจึงต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันชำระภาษีถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,474บาท

ขอให้บังคับให้จำเลยเพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2541 และคำชี้ขาดของจำเลยตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองและให้จำเลยประเมินค่ารายปีใหม่โดยคิดตามอัตราค่าเช่าเดือนละ 50,000บาท ให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีที่โจทก์ทั้งสองชำระให้แก่จำเลยเกินไปเป็นเงิน62,850 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ทั้งสองได้ชำระแก่จำเลยจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินต่อคณะกรรมการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 25แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 จึงเป็นการขัดต่อมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร

พ.ศ. 2528 ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะขอเพิกถอนการประเมินค่าภาษีประจำปี 2541 แต่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5ถึง 10 และ 13 ถึง 14 ล้วนแต่เป็นค่าภาษีประจำปี 2542 จำเลยประเมินภาษีจากค่ารายปีในปีที่ล่วงมาแล้วซึ่งโจทก์ยอมรับและชำระค่าภาษีไว้โดยจำเลยได้มีการเปรียบเทียบค่าเช่าของโจทก์กับค่าเช่าของผู้อื่นในอาคารเดียวกันกับโจทก์นั้นเอง การประเมินของจำเลยจึงชอบแล้ว จำเลยไม่ต้องคืนเงินและรับผิดในดอกเบี้ยต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนแก้ไขใบแจ้งรายการประเมิน (ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 7 และ 8) และใบแจ้งคำชี้ขาด(ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 13 และ 14) ตามลำดับ (ที่ถูกให้เพิกถอนการประเมินเฉพาะส่วนที่เกินเป็นเงิน 38,130 บาท) ให้จำเลยคืนเงินภาษี38,130 บาท แก่โจทก์ภายใน 3 เดือน

นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดหากไม่คืนภายในกำหนดให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันครบกำหนด 3 เดือน ที่นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปว่า การประเมินของจำเลยชอบหรือไม่ ในปัญหานี้จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่เห็นด้วยที่ศาลภาษีอากรกลางกำหนดค่ารายปีโดยให้ราคาประเมินเดือนละ 250 บาท ต่อตารางเมตร คิดเป็นค่ารายปี831,000 บาท ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน 99,720 บาท เพราะจำเลยนำสืบโดยมีนางสาวลดาวรรณ ชูติกาญจน์ เจ้าพนักงานผู้ทำการประเมินภาษีมาเบิกความยืนยันถึงหลักเกณฑ์ในการประเมินโดยการเปรียบเทียบว่าห้องชุดของโจทก์สมควรให้เช่าได้เท่าใด

เมื่อเปรียบเทียบกับการเช่าของผู้อื่นซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกันนั้น ซึ่งปรากฏว่าค่าเช่าในอาคารดังกล่าวอยู่ในระหว่างเดือนละ 250 บาท ถึง 750 บาท ต่อหนึ่งตารางเมตรแล้วประเมินค่ารายปีอาคารชุดของโจทก์อัตราเดือนละ 338 บาทต่อหนึ่งตารางเมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การเช่าของผู้อื่นโดยโจทก์เองก็ยอมรับว่าเคยมีการเช่าในอัตราดังกล่าวนั้น เห็นว่า นางสาวลดาวรรณได้บันทึกไว้ท้ายแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีของโจทก์ความว่า "โรงเรือนตามรายละเอียดใน ภ.ร.ด.2 ปี 2542 เห็นสมควรกำหนดค่ารายปีและค่าภาษีเท่าเดิม..." แสดงว่านางสาวลดาวรรณนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วเพียงข้อเดียวมากำหนดเป็นค่ารายปีของโจทก์ทั้งสอง ในเมื่อค่ารายปีของโรงเรือนนั้นอาจเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามสภาพข้อเท็จจริงคดีนี้โจทก์มีนายประเสริฐ

จงเกษมวงศ์ เป็นพยานเบิกความว่า อาคารนี้เดิมให้บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด เป็นผู้เช่าเสียค่าเช่าเป็นรายเดือนแต่ทำสัญญาเช่าทุก 3 ปี อัตราค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นตลอดโดยปี 2539 ค่าเช่าเดือนละ 86,700 บาท ปี 2540 เดือนละ 91,900 บาท ต่อมาวันที่ 26พฤศจิกายน 2540 บริษัท เอ.บี.บี. เด็มเล่อร์เบนซ์ทรานสปอตเทชั่น(ซิคแนล) จำกัด มาขอเช่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ค่าเช่าเดือนละ50,000 บาท ช่วงที่บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด เช่านั้นเศรษฐกิจดีจึงได้ค่าเช่าดังกล่าว แต่พอช่วงบริษัทต่างด้าว (คือบริษัท เอ.บี.บี.)เข้ามาเช่านั้น เศรษฐกิจตกต่ำมาก หากไม่มีการเช่าในราคานี้ (50,000 บาท)ก็จะไม่มีผู้เข้ามาเช่า ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งจึงฟังข้อเท็จจริงตามคำพยานโจทก์ได้ว่าหากโจทก์ยืนค่าเช่าในอัตราสูงเช่นเดิมก็จะไม่มีผู้มาเช่าอาคารของโจทก์เนื่องจากเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

ดังนั้น การที่นางสาวลดาวรรณเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วมากำหนดเป็นค่ารายปีและประเมินภาษีซึ่งโจทก์จะต้องเสียในปีต่อมาเพียงอย่างเดียว จึงไม่ถูกต้อง และไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการประเมินค่ารายปีนั้นนอกจากจะนำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วเป็นหลักตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475แล้วความในมาตรา 8 ยังระบุให้เจ้าพนักงานประเมินต้องคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเล ที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์ รวมทั้งยังต้องดูหลักเกณฑ์อื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ด้วย สำหรับคดีนี้เมื่อกรณีมีปัญหาว่าค่าเช่าที่จะนำมาประเมินค่ารายปีควรจะเป็นเท่าใดแน่

หากจะนำค่าเช่าของทรัพย์สินที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเทียบก็มีอัตราค่าเช่าแตกต่างกันมาก จนไม่อาจนำมาเทียบเคียงได้ การที่ศาลภาษีอากรกลางกำหนดค่ารายปีโดยการประเมินให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการเพื่อความเป็นธรรมในการกำหนดค่ารายปีแล้ว กำหนดเป็นค่าเช่าต่อหนึ่งตารางเมตรต่อเดือน เดือนละ 250 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ค่าเช่าภายในอาคารมโนรมตามคำเบิกความของนางสาวลดาวรรณเจ้าพนักงานประเมินของจำเลย จึงถือได้ว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมแล้วที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โนรี จันทร์ทร · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · สุทิน ปัทมราชวิเชียร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2563

มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 บัญญัติว่า "ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วนั้น ท่านให้เป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมา" กฎหมายมิได้บังคับให้นำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วมาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5449/2561

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 30 บัญญัติว่า การแจ้งคำชี้ขาดไปยังผู้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ไม่ได้บัญญัติให้มีแบบพิมพ์หรือต้องทำในลักษณะใด เมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8941/2560

โรงเรียนที่จะได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 9 (3) จะต้องเป็นโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็นผลกำไรส่วนบุคคล และต้องใช้ในการศึกษาเท่านั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5707/2560

ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8 ให้นิยามคำว่า "ค่ารายปี" หมายความว่า "จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ" ค่าเช่าที่จะถือเป็นค่ารายปีนั้นต้องเป็นค่าเช่าที่สมควรจะให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14977/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 5 บัญญัตินิยามของคำว่า "โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ" ให้กินความถึงแพด้วยเท่านั้น มิได้กำหนดความหมายไว้โดยเฉพาะ หม้อแปลงไฟฟ้าพิพาทติดตั้งยึดติดอยู่บน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้