Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6904/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 พิการขาทั้งสองข้างอัมพาตอ่อนแรงไม่สามารถซื้อขายเมทแอมเฟตามีนหรือนำเมทแอมเฟตามีนไปซุกซ่อนในช่องลมใต้ที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์กระบะที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับโดยจำเลยที่ 2 โดยสารมาด้วย แต่จำเลยที่ 2 ก็ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยให้ผู้อื่นดำเนินการให้ตามคำสั่งได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 83 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2541 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 20,000 เม็ด น้ำหนักรวม 1,896 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 382.92 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 ถูกจับกุมและคุมขังในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 535/2542 ของศาลจังหวัดน่าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 จากสารบบความชั่วคราว

ศาลชั้นต้นพิพากษาเฉพาะจำเลยที่ 1 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตริบของกลาง และคดีถึงที่สุดแล้ว ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นได้รับตัวจำเลยที่ 2 มาพิจารณาในภายหลัง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจเอกชวิน กับพวกได้ร่วมกันจับกุมจำเลยที่ 2 ซึ่งนั่งโดยสารในรถยนต์กระบะมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับโดยเมทแอมเฟตามีนของกลางซุกซ่อนอยู่ในช่องลมใต้ที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์ดังกล่าว ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกชวิน แก้วเกตุศรี จ่าสิบตำรวจอำนาจ เลี้ยงเลข และนายธีระชัย เป็นพยานเบิกความในทำนองเดียวกันว่า สายลับแจ้งแก่ร้อยตำรวจเอกชวินว่า มีชายสองคนใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บ - 4443 น่าน นำเมทแอมเฟตามีนจากอำเภอเด่นชัยไปยังจังหวัดพิษณุโลก โดยชายคนหนึ่งขาพิการ

พยานโจทก์ทั้งสามกับพวกจึงตั้งด่านตรวจที่หน่วยบริการประชาชนถนนสายเด่นชัย - พิษณุโลก ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงเวลา 13.30 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะลักษณะตรงตามที่รับแจ้ง มีจำเลยที่ 2 นั่งมาด้วยแล่นผ่านด่าน พยานโจทก์ทั้งสามจึงตรวจค้นจำเลยทั้งสองและรถยนต์ พบเมทแอมเฟตามีนบรรจุในถุงเท้า 3 ถุง แต่ละถุงมีพลาสติกสีขาวหุ้มกระดาษสีน้ำตาล 10 ห่อ แต่ละห่อมีถุงพลาสติกสีฟ้ามีเมทแอมเฟตามีนถุงละ 2,000 เม็ด รวม 20,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องลมใต้ที่ปัดน้ำฝน ในระหว่างที่เจ้าพนักงานตำรวจค้น จำเลยทั้งสองมีอาการพิรุธหน้าซีดเหงื่อออกและเสียงสั่น ในชั้นจับกุม จำเลยที่ 1 รับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 ปฏิเสธ

คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามสอดคล้องต้องกันประกอบด้วยเหตุผลและเชื่อมโยงตามลำดับเหตุการณ์ พยานโจทก์ดังกล่าวไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 2 ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 2 ประกอบกับนางพัฒนา พยานโจทก์ซึ่งเป็นภริยาจำเลยที่ 2 เบิกความว่า จำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิสีเขียวโดยมีผู้อื่นขับให้ ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 6 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวพาจำเลยที่ 2 ไปที่บ้านนางพัฒนา นางพัฒนาคุยกับจำเลยที่ 2 สักครู่หนึ่ง แล้วนางพัฒนาออกจากบ้านไปทำงาน ส่วนจำเลยที่ 2 นั่งคุยอยู่กับมารดานางพัฒนา วันเดียวกันนางพัฒนากลับจากทำงานจึงทราบข่าวจากโทรทัศน์ว่า จำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

เห็นว่า นางพัฒนาเป็นภริยาจำเลยที่ 2 ไม่มีเหตุที่นางพัฒนาต้องเบิกความให้ร้ายแก่จำเลยที่ 2 คำเบิกความของนางพัฒนาย่อมรับฟังได้ ในชั้นสอบสวน นางพัฒนาให้การต่อพนักงานสอบสวนในวันรุ่งขึ้นของวันเกิดเหตุ มีรายละเอียดของความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 2 กับพยาน และพฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย ป.จ. 1 ความว่า จำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีเขียว บ - 4443 น่าน เป็นประจำ โดยจำเลยที่ 2 บอกว่ารถของน้องชาย ในวันเกิดเหตุ ตอนเช้านางพัฒนาออกไปทำงาน จำเลยที่ 2 อยู่ที่บ้าน รถยนต์ดังกล่าวก็จอดอยู่ในบ้าน แต่ตอนเย็นนางพัฒนากลับบ้านไม่พบจำเลยที่ 2 จนกระทั่งเวลา 18 นาฬิกา จึงทราบข่าวว่าจำเลยทั้งสองถูกจับ

จำเลยที่ 2 ในบางคราวมีเงินจำนวนมากและใช้โทรศัพท์ด้วยคำพูดที่มีความหมายแปลก ๆ นางพัฒนาเตือนจำเลยที่ 2 ให้เลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ก็ถูกจำเลยที่ 2 ดุด่า ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของจำเลยที่ 2 เมื่อฟังบันทึกคำให้การดังกล่าวประกอบคำเบิกความในชั้นพิจารณาน่าเชื่อว่านางพัฒนาให้การในชั้นสอบสวนตรงตามความจริงและมีรายละเอียดมากเนื่องจากเพิ่งเกิดเหตุได้เพียงวันเดียว การที่จำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุเป็นประจำ และนั่งรถไปในขณะเกิดเหตุโดยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลมใต้ที่ปัดน้ำฝน ในที่ดังกล่าวต้องเปิดฝากระโปรงหน้ารถเสียก่อนจึงจะนำของไปซุกซ่อนได้ จึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า

จำเลยที่ 2 พิการขาทั้งสองข้างอัมพาตอ่อนแรงไม่สามารถซื้อขายเมทแอมเฟตามีนหรือนำของกลางไปซุกซ่อนในรถยนต์กระบะนั้น เห็นว่า การกระทำดังกล่าวจำเลยที่ 2 ไม่จำต้องลงมือทำเอง แต่ร่วมกับผู้อื่นโดยให้ผู้อื่นดำเนินการให้ตามคำสั่งก็ได้ ส่วนฎีกาข้ออื่นที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นต่อสู้นั้น ไม่มีเหตุผลที่จะรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สิทธิชัย พรหมศร · จักร อุตตโม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2562

จำเลยทั้งสองและ ส. ซึ่งรู้จักกัน จำเลยที่ 1 กับ ส. แล่นเรือไปนำเมทแอมเฟตามีนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในราชอาณาจักร จำเลยที่ 2 ขับรถมารับจำเลยที่ 1 และ ส. พฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อว่าจำเลยทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2562

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางไว้ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุตามที่นัดหมายกันไว้ก่อน ถือได้ว่าจำเลยกับพวกลงมือกระทำความผิดในการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่ ส. ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2561

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังยุติแล้วว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำรถยนต์ไปรับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดพะเยา โดยจำเลยที่ 2 เป็นคนขับ ส่วนจำเลยที่ 3 น้องชายของจำเลยที่ 1 นั่งโดยสารไปด้วย นับแต่รับจำเลยที่ 1 ที่จังหวั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8935/2561

พฤติการณ์ที่ ก. กับจำเลยเดินทางร่วมกันไปค้นหาเมทแอมเฟตามีนบริเวณที่เกิดเหตุ บ่งชี้ได้ว่า ก. กับจำเลยมีเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญามาตั้งแต่แรกและถือว่า ก. กับจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่การที่ชายไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2561

ที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเกิดในท้องที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตาก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุโขทัยไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้