Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐพาดหัวข่าวว่า 'เมีย ผวจ. เต้นก๋าขู่ประธานสภา บุกโรงพัก จวกแหลก โมโหสารภาพ' เป็นข้อความแสดงให้เห็นภาพพจน์ของโจทก์แสดงกิริยากระโดดฝ่าขึ้นไปบนสถานีตำรวจทั้งที่มีข้อห้ามโดยไม่เคารพกฎเกณฑ์ข้อบังคับ และแสดงอำนาจไม่เกรงกลัวบุคคลใดเข้าไปพูดกับประธานสภาด้วยกิริยาวาจาที่แสดงอาการโมโหในลักษณะตวาดหรือคำรามด้วยถ้อยคำที่ทำให้ประธานสภากลัวว่าจะต้องได้รับอันตรายแก่กายอันเป็นกิริยาวาจาที่สุภาพชนไม่พึงทำ ทั้งยังเป็นการแสดงอำนาจฝ่าฝืนข้อห้ามข้อบังคับของทางราชการ บุกรุกขึ้นไปบนสถานที่ราชการโดยไม่มีสิทธิกระทำโดยชอบ ซึ่งข่าวนี้ไม่เป็นความจริงและเป็นการใส่ความโจทก์จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ การแก้ข่าวอันจะทำให้จำเลยไม่ต้องรับผิดและสิทธิการฟ้องคดีของโจทก์ระงับไปตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 41, 43 นั้น นอกจากจะต้องลงพิมพ์ในฉบับที่จะออกโฆษณาถัดไปหรือต่อจากเวลาที่ได้รับคำขอให้แก้ข่าวแล้วข้อความที่แก้นั้นจะต้องอยู่ในหน้าเดียวกับเรื่องอันเป็นเหตุให้แก้โดยมีขนาดแนว (คอลัมน์) และตัวอักษรในเนื้อเรื่องเช่นเดียวกัน คดีนี้ปรากฏว่าข้อความที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงพิมพ์โฆษณาหมิ่นประมาทโจทก์ ลงพาดหัวข่าวในหน้า 1 ด้วยขนาดอักษรโตที่สุดโตที่สุดในหน้าหนึ่งจำนวน 2 บรรทัด และด้วยขนาดอักษรโตปรมาณครึ่งหนึ่งของขนาดอักษรโตที่สุดดังกล่าวอีก 1 บรรทัด ส่วนข้อความที่จำเลยอ้างว่าเป็นการแก้ข่าวนั้น กลับลงพิมพ์โฆษณาในหน้า 16 ด้วยขนาดอักษรตัวเล็กเท่าตัวอักษรทั่วๆ ไปที่บรรยายเนื้อหาของเรื่องในหนังสือพิมพ์นั้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 3 สิทธิการฟ้องของโจทก์ทั้งทางแพ่งและทางอาญายังไม่ระงับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับจำเลยที่1 ที่ 2 คนละ 2,000 บาท สถานเดียว จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาว่าไม่ได้สมคบกับจำเลยที่ 3 กระทำผิดตามฟ้อง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามสมคบกันโฆษณาด้วยเอกสารหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งล้วนแต่เป็นความเท็จทั้งสิ้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๒๖, ๓๒๘, ๓๓๒ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๔๘

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาจำเลยที่ ๓ ถึงแก่ความตาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ และพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๔๘ ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นภรรยานายปัญญา ฤกษ์อุไร ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเป็นหนังสือพิมพ์รายวันพิมพ์จำหน่ายจ่ายแจกให้ประชาชนได้อ่านทั่วราชอาณาจักรโดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้อำนวยการและเจ้าของในนามบริษัทพลสิน จำกัด จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณา ขณะที่นายปัญญา ฤกษ์อุไร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับที่ ๗๘๑๐ ปีที่ ๒๒ ลงวันที่๑๐ มิถุนายน ๒๕๒๒ และฉบับที่ ๗๘๑๑ ปีที่๒๒ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๒ ได้ลงพิมพ์ข่าวกล่าวถึงโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑, ๒ จริงดังฟ้อง แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ข้อแรกว่า ข้อความในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับที่ ๗๘๑๐ ปีที่ ๒๒ ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๒๒ เป็นข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์หรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับนี้พาดหัวข่าวในหน้า ๑ ว่า เมียผวจ.เต้นก๋าขู่ประธานสภา บุกโรงพักจวกแหลก โมโหสารภาพ' เป็นข้อความที่แสดงให้เห็นภาพพจน์ของโจทก์ แสดงกิริยากระโดดฝ่าขึ้นไปบนสถานีตำรวจทั้งที่มีข้อห้ามโดยไม่เคารพกฎเกณฑ์ข้อบังคับและแสดงอำนาจไม่เกรงกลัวบุคคลใดเข้าไปพูดกับประธานสภาด้วยกิริยาวาจาที่แสดงอาการโมโหในลักษณะตวาดหรือคำรามด้วยถ้อยคำที่ทำให้ประธานสภากลัวว่าจะต้องรับอันตรายแก่ร่างกายตนอันเป็นกิริยาวาจาที่สุภาพชนไม่พึงทำ ทั้งยังเป็นการแสดงอำนาจฝ่าฝืนข้อห้ามข้อบังคับของทางราชการ บุกรุกขึ้นไปบนสถานีตำรวจซึ่งเป็นสถานที่ราชการโดยไม่มีสิทธิกระทำได้โดยชอบ ซึ่งการกระทำของโจทก์ที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวนี้ไม่เป็นความจริง

เห็นว่าเป็นข้อความที่ใส่ความโจทก์โดยการโฆษณาด้วยเอกสารหนังสือพิมพ์ น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังเข้าลักษระความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ เมื่อข้อความที่พาดหัวข่าวหน้า ๑ เป็นหมิ่นประมาทโจทก์ดังวินิจฉัยแล้วก็ไม่ต้องพิจารณาข้อความเนื้อหาของข่าวต่อไปอีกว่ามีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์อีกหรือไม่ เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดี คือถ้ามีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์อีกก็เป็นความผิดกรรมเดียวกันกับที่พาดดัวหข่าว คดีมีปัญหาต่อไปว่า ที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับที่ ๗๘๑๐ ปีที่ ๒๒ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๒ ลงพิมพ์ข้อความในหน้า ๑๖ ว่า '......สำหรับกรณีข่าวที่ว่านางเลื่อน ฤกษ์อุไร

ภรรยานายปัญญา ฤกษ์อุไรผวจ.ตราดได้ขึ้นไปพบนายสุรพล ประธานสภาจังหวัดตราดเมื่อเวลา ๐๔. น. วันที่ ๙ มิ.ย. นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้พล.ต.ต.ณรงค์ อัลภาชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทำการสอบสวนเนื่องจากเป็นการขึ้นไปเยี่ยมผู้ต้องหาไม่ใช่เวลาเยี่ยมซึ่งจากการสอบสวนปากคำนายสุรพล พาทีทิน บอกว่า ตามวันเวลาดังกล่าวนางเลื่อนไม่ได้มาพบแต่อย่างใด.........' เป็นการแก้ข่าวอันเป็นการทำให้จำเลยไม่ต้องรับผิดและสิทธิการฟ้องคดีของโจทก์ระงับไปตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๑,๔๓ หรือไม่ เห็นว่าตามบทกฎหมายที่จำเลยอ้างนั้นนอกจากการแก้ข่าวจะต้องลงพิมพ์ในฉบับที่จะออกโฆษณาถัดไปหรือต่อจากเวลาที่ได้รับคำขอให้แก้ข่าวแล้ว ข้อความที่แก้ข่าวนั้นจะต้องอยู่ในหน้าเดียวกับเรื่องอันเป็นเหตุให้แก้โดยมีขนาดแนว (คอลัมน์) และตัวอักษรในเนื้อเรื่องเช่นเดียวกัน

สำหรับกรณีแห่งคดีนี้ ปรากฏว่าข้อความที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงพิมพ์โฆษณาหมิ่นประมาทโจทก์ดังวินิจฉัยแล้ว ลงพาดหัวข่าวในหน้า ๑ ด้วยขนาดอักษรโตที่สุดในหน้านั้นจำนวน ๒ บรรทัด และด้วยขนาดอักษณโตประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดอักษรโตที่สุดดังกล่าวอีก ๑ บรรทัด ส่วนข้อความที่จำเลยอ้างว่าเป็นการแก้ข่าวนั้นกลับลงพิมพ์โฆษณาในหน้า ๑๖ ด้วยขนาดอักษรตัวเล็กเท่าตัวอักษรทั่ว ๆ ไปที่บรรยายเนื้อหาของเรื่องในหนังสือพิมพ์นั้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๓ สิทธิการฟ้องของโจทก์ทั้งทางแพ่งและทางอาญาไม่ระงับไปดังฎีกาของจำเลย คดีมีปัญหาข้อสุดท้ายว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะต้องรับผิดตามฟ้องหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้จำเลยยกพระราชบัญญัติการพิมพ์

พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๔๙ ขึ้นอ้างและว่าจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นบรรณาธิการและผู้พิมพ์โฆษณาต้องรับผิดในการพิมพ์และการโฆษณาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จำเลยที่ ๑ หรือจำเลยที่๒ มิได้เกี่ยวข้องในการพิมพ์และการโฆษณา หากจะรับผิดชอบเพียงเท่าที่ตนกระทำโจทก์ก็มิได้นำสืบให้ปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๓ กระทำการพิมพ์หรือโฆษณาอย่างไร ศาลยกเอาข้อความตอนล่างสุดของหน้า ๑๖ มายืนยันว่า บริษัทพลสิน จำกัดจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของ ฯ ข้อความเพียงบรรทัดเดียวกันนั้นเองได้ระบุชัดแจ้งอีกว่า 'นายสุรพล พรทวีวัฒน์ เป็นผู้จัดการจำหน่ายหากจะมีบุคคลสมคบกับจำเลยที่ ๓ ในการโฆษณาคือจำหน่ายหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็คือนายสุรพล พรทวีวัฒน์

หาใช่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่นั้น เห็นว่าฎีกาของจำเลยดังยกขึ้นกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้สมคบกับจำเลยที่ ๓ กระทำผิดดังฟ้อง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คนละ ๒,๐๐๐ บาท สถานเดียว จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายประเสริฐ จันทรเวช
ศาลอุทธรณ์ - นายชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้