Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องที่กล่าวเพียงว่า 'สินค้าอื่นๆ ซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานต่อศาลในวันพิจารณาขาดไปคิดเป็นเงิน 57,266.58 บาท' เป็นฟ้องที่มิได้แสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและขาดข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรค 2 โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันคนที่ทำละเมิดต่อโจทก์เพื่อเรียกค่าเสียหายในการละเมิดนั้นเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความของผู้ที่ทำละเมิดต่อโจทก์ขึ้นต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 694 อายุความเรียกค่าเสียหายในการละเมิดมี 1 ปี เมื่อจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้จากการละเมิดอายุความก็สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ต้องเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 181 วรรค 2 อายุความที่เริ่มนับใหม่ก็คือ 1 ปีเช่นเดิม ไม่ใช่ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ค้ำประกันการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุพจน์ชัยประเสริฐ ผู้จัดการร้านค้าของโจทก์ นายสุพจน์ได้ทำเงินสดขาดบัญชีไป 57,822.69 บาท จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้จำนวนนี้ให้โจทก์ไว้ และนายสุพจน์ได้ทำให้สินค้าอื่น ๆ ซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานต่อศาลในวันพิจารณาขาดไปคิดเป็นเงิน 57,266.58 บาทโจทก์ไม่อาจเรียกให้นายสุพจน์ชำระหนี้ได้ โจทก์จึงเรียกให้จำเลยชำระทั้งหมดจำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาค้ำประกันนายสุพจน์จริง แต่จำเลยไม่ต้องรับผิดฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และขาดอายุความศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ในเรื่องนายสุพจน์ทำสินค้าขาดจำนวนนั้น โจทก์ไม่บรรยายว่าสินค้าที่ขาดหายไปมีอะไรบ้าง จำนวนและราคาเท่าใด จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมและหนี้เกิดจากมูลละเมิดจำเลยมาฟ้องเกิน 1 ปี คดีขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า มูลหนี้ตามฟ้องโจทก์ทุกรายการเกิดจากการที่นายสุพจน์ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่ฟ้องภายใน 1 ปีคดีขาดอายุความแล้ว พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์กล่าวเพียงว่า "สินค้าอื่น ๆ ซึ่งโจทก์จะได้เสนอหลักฐานต่อศาลในวันพิจารณาขาดไปคิดเป็นเงิน 57,266.58 บาท" นั้น โจทก์มิได้แสดงรายการละเอียดว่าสินค้าที่ขาดบัญชีไปมีอะไรบ้าง อย่างไหนจำนวนและราคาเท่าไร อันเป็นสารสำคัญซึ่งพอจะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่มิได้แสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และขาดข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรค 2 โจทก์จะอ้างว่าเป็นเรื่องที่โจทก์จะนำสืบรายละเอียดในชั้นพิจารณาหาได้ไม่ โจทก์ฟ้องจำเลยก็โดยผลที่นายสุพจน์ทำละเมิดต่อโจทก์ การเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดนั้น

ผู้เสียหายจะต้องเรียกร้องภายใน 1 ปี โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยเมื่อพ้น 1 ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความซึ่งนายสุพจน์มีต่อโจทก์ขึ้นต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 694ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยตามหนังสือที่จำเลยทำไว้ให้โจทก์ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2501 ซึ่งเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ในสินค้าที่ขาดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 172 ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า หากจะถือว่าหนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ การรับสภาพหนี้ก็ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 เมื่อเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 181 วรรค 2 ก็ต้องถืออายุความเดิม เป็นแต่ตั้งต้นนับใหม่ เพราะมาตรา 181 วรรค 2 ใช้คำว่า"ให้เริ่มนับอายุความขึ้นใหม่" ก็คือ เริ่มนับอายุความเดิม 1 ปีนั่นเอง ฉะนั้น เมื่อเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่จากวันที่ลงในหนังสือ คือ วันที่ 7 ตุลาคม 2501 จนถึงวันฟ้อง คือ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2506 ก็เกินกำหนด 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความเช่นกันพิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · อรรถขจรนิติปคุณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้