Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6898/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 แบ่งหุ้นในบริษัทให้แก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และทำสัญญาจัดตั้งคณะบุคคล มีการยื่นคำขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร เพื่อถือกรรมสิทธิ์รวมในหุ้นของบริษัท คณะบุคคลนำเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2552 นำเครดิตภาษีจากเงินปันผลรวมคำนวณภาษี และมีภาษีที่ชำระเกินจึงขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกิน จำเลยมีหนังสือแจ้งไม่คืนเพราะเห็นว่าเงินปันผลที่คณะบุคคลได้รับถือเป็นเงินได้ของบุคคลแต่ละบุคคลผู้ร่วมในคณะบุคคล โจทก์ทั้งสามมีเพียงสัญญาจัดตั้งคณะบุคคลที่จัดทำขึ้นเอง ซึ่งกำหนดให้โจทก์ที่ 1 แต่ผู้เดียวเป็นผู้มีอำนาจในการจัดการแทนคณะบุคคล โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ชื่อผู้ถือหุ้นในทะเบียนผู้ถือหุ้นมาเป็นชื่อของตน แม้บริษัทจะได้ลงชื่อคณะบุคคลในทะเบียนผู้ถือหุ้นก็ไม่ทำให้โจทก์ที่ 2 และที่ 3 กลายเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทตามกฎหมาย เนื่องจากคณะบุคคลมิใช่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอันอาจเป็นผู้ใช้สิทธิถือหุ้นแทนโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ได้ ดังนั้น โจทก์ที่ 2 และที่ 3 จึงยังไม่อาจจะอ้างได้ว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในหุ้นบริษัท ซึ่งความข้อนี้ก็สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ได้ความจาก ส. พยานโจทก์ว่า เงินปันผลที่ได้มาไม่มีการแบ่งปันให้แก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 โดยเก็บสะสมไว้เป็นเงินสำหรับการศึกษาของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 แสดงว่าเงินปันผลอันเป็นดอกผลของหุ้นมิได้ตกแก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 อย่างแท้จริง แต่เป็นเงินที่อยู่ในความควบคุมและจัดการของโจทก์ที่ 1 พฤติการณ์ของโจทก์ทั้งสามจึงมีเหตุให้เชื่อได้ว่า สาเหตุที่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องกับคณะบุคคลเป็นเพราะโจทก์ที่ 1 ต้องการที่จะจัดตั้งหน่วยภาษีขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ในทางภาษีเท่านั้น หุ้นของบริษัทยังคงเป็นของโจทก์ที่ 1 เช่นเดิม ดังนั้น คณะบุคคลที่โจทก์ทั้งสามจัดตั้งขึ้นจึงไม่ใช่คณะบุคคลตามมาตรา 56 วรรคสอง อันจะมีสิทธิขอคืนเงินภาษีอากรได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินจำนวน 467,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 4 ทศ แก่โจทก์ทั้งสามหรือคณะบุคคลเจริญมิตร

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ทำสัญญาจัดตั้งคณะบุคคลเจริญมิตร เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทเวทอะกริเทค จำกัด ต่อมาคณะบุคคลเจริญมิตรเข้าถือหุ้นในบริษัทเวทอะกริเทค จำกัด จำนวน 720,354 หุ้น หุ้นละ 100 บาท คณะบุคคลเจริญมิตรได้รับเงินปันผลจากบริษัทเวทอะกริเทค จำกัด จำนวน 5,129,978 บาท หักภาษี ณ ที่จ่าย 512,997.80 บาท หลังจากนั้นคณะบุคคลเจริญมิตรยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2552 โดยนำเครดิตภาษีจากเงินปันผล 2,198,562 บาท มารวมคำนวณภาษี เมื่อนำเครดิตภาษีที่คำนวณได้และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องเสียแล้ว

คงมีภาษีที่โจทก์ชำระเกิน 467,200 บาท จึงขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินจำนวนดังกล่าว จำเลยมีหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากร คณะบุคคลเจริญมิตรยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่คืนเงิน จำเลยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ว่า เงินปันผลที่คณะบุคคลเจริญมิตรได้รับจากบริษัทเวทอะกริเทค จำกัด ต้องถือเป็นเงินได้ของบุคคลแต่ละบุคคลผู้ร่วมในคณะบุคคลนั้น คณะบุคคลจึงไม่มีสิทธิขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีเพียงประการเดียวว่า คณะบุคคลเจริญมิตรที่โจทก์ทั้งสามจัดตั้งขึ้นมีฐานะเป็นคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลตามมาตรา 56 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ที่ 1 แบ่งหุ้นในบริษัทเวทอะกริเทค จำกัด ให้แก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว โจทก์ทั้งสามจึงมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในหุ้นบริษัทและการจัดตั้งคณะบุคคลได้ทำสัญญาเป็นหลักฐานและมีการยื่นคำขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร เมื่อโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในหุ้นจึงเข้าเงื่อนไขเป็นคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล นั้น โจทก์มีนายกรินทร์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์และนายแสงชัย ที่ปรึกษากฎหมายของโจทก์ที่ 1 เบิกความเป็นพยานว่า

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นผู้ประกอบกิจการใช้ชื่อว่า คณะบุคคลเจริญมิตร จัดตั้งขึ้นโดยสัญญาตกลงจัดตั้งคณะบุคคล มีวัตถุประสงค์ถือหุ้นในบริษัทเวทอะกริเทค จำกัด โดยแต่งตั้งให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนคณะบุคคลและได้รับบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเลขที่ 2-7809-4053-8 จากจำเลย คณะบุคคลเจริญมิตรถือหุ้นในบริษัทเวทอะกริเทค จำกัด จำนวน 720,354 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ต่อมามีเงินได้จากเงินปันผลของบริษัท ส่วนจำเลยมีนายฉัตรชัย เจ้าหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ทั้งสามแล้วมีความเห็นว่า การประกอบกิจการของคณะบุคคลจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคณะบุคคลเอง

มิใช่เพื่อประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งและต้องไม่มีความมุ่งหมายในทางภาษี เช่น เพื่อกระจายฐานภาษี หรือขอคืนภาษี กรณีที่คณะบุคคลจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทต้องจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นให้ถูกต้อง โดยแสดงรายละเอียดว่าในการถือหุ้นเดียวหรือหลายหุ้นร่วมกันนั้นประกอบด้วยบุคคลใดร่วมถือหุ้นบ้างและกรณีที่ร่วมกันถือหุ้นหลายหุ้นต้องระบุจำนวนหุ้นที่แต่ละบุคคลถือ รวมทั้งระบุว่าผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น ส่วนการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ร่วมกันถือหุ้นนั้น ต้องจ่ายให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ใช้สิทธิในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นและเงินปันผลที่ได้รับถือเป็นการรับแทนผู้ร่วมถือหุ้นทุกคน ดังนั้น เงินปันผลที่ได้รับในกรณีดังกล่าวจึงต้องถือเป็นเงินได้ของบุคคลแต่ละบุคคลผู้ร่วมในคณะบุคคลนั้น คณะบุคคลไม่มีสิทธิขอคืนภาษี การแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรแก่โจทก์ทั้งสามจึงชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า โจทก์ทั้งสามมีเพียงสัญญาจัดตั้งคณะบุคคลเจริญมิตรที่โจทก์ทั้งสามจัดทำขึ้นเอง แต่โจทก์ทั้งสามมิได้มาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงด้วยตนเองว่าโจทก์ที่ 1 จัดสรรหุ้นให้แก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ตามฟ้องจริง ตามคำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ทั้งสามและที่ปรึกษากฎหมายของโจทก์ที่ 1 ก็คงเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ โดยไม่ปรากฏรายละเอียดว่าโจทก์ที่ 2 และที่ 3 แต่ละคนได้รับหุ้นจากโจทก์ที่ 1 เป็นจำนวนหุ้นเท่าใดและตั้งแต่เมื่อใด พยานหลักฐานโจทก์ทั้งสามจึงมีน้ำหนักน้อยไม่พอฟังได้ว่า โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในหุ้นบริษัท ซึ่งความข้อนี้ก็สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ได้ความจากนายแสงชัยพยานโจทก์ทั้งสามเบิกความตอบคำถามค้านว่า

เงินปันผลที่ได้มาไม่มีการแบ่งปันให้แก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 โดยเก็บสะสมไว้เป็นเงินสำหรับการศึกษาของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 แสดงว่าเงินปันผลมิได้จัดสรรแก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 อย่างแท้จริง แต่เป็นเงินที่อยู่ในความควบคุมและจัดการของโจทก์ที่ 1 ทั้งหลังจากคณะบุคคลเจริญมิตรมีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าได้มีการดำเนินการร่วมกันอย่างใดที่จะเห็นได้ว่าเป็นการตั้งคณะบุคคลกันอย่างแท้จริง พฤติการณ์ของโจทก์ทั้งสามจึงมีเหตุให้เชื่อได้ว่า สาเหตุที่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องกับคณะบุคคลเจริญมิตรด้วยเป็นเพราะโจทก์ที่ 1 ต้องการที่จะจัดตั้งหน่วยภาษีขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ในทางภาษีเท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่าหุ้นในบริษัทเวทอะกริเทค

จำกัด จำนวน 720,354 หุ้น ยังคงเป็นของโจทก์ที่ 1 เช่นเดิม ดังนั้น คณะบุคคลเจริญมิตรตามที่โจทก์ทั้งสามกล่าวอ้างว่าจัดตั้งขึ้น จึงมิใช่คณะบุคคลตามมาตรา 56 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร อันจะขอคืนเงินภาษีอากรได้ การที่จำเลยมีหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรแก่ผู้ขอคืนในนามคณะบุคคลเจริญมิตรจึงชอบแล้ว ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อธิป จิตต์สำเริง · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสรายุทธ์ วุฒยาภรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.24/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ40/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ182/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้