Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 689/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ต่อรถยนต์บรรทุกน้ำมันเข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งกฎหมายมิได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ แม้จำเลยจะได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ให้โจทก์ไว้เพราะค้างชำระค่าจ้าง จำเลยก็มีสิทธิที่จะนำสืบพยานว่า ความจริงเป็นกรณีจำเลยว่าจ้างโจทก์ต่อรถยนต์บรรทุกน้ำมันอันเป็นสัญญาจ้างทำของ และเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่จำเลยทำไว้ให้แก่โจทก์เป็นเพียงหลักฐานการรับมอบการงานที่ว่าจ้าง และการชำระสินจ้างที่ยังค้างชำระอยู่เท่านั้น มิได้มีเจตนามุ่งผูกพันกันตามสัญญาเช่าซื้อ ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ และจำเลยจะไปฟ้องร้องกันใหม่นั้นเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิพากษาดังกล่าวได้ในเมื่อพิจารณาเห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกน้ำมันชนิด ๖ ล้อ ไปจากโจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดเป็นลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ ๑ ผิดนัดโจทก์ได้ยึดรถกลับคืนมาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ ๑ ฟ้องแย้งว่า ไม่ใช่เรื่องเช่าซื้อ แต่เป็นเรื่องจำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์ให้ต่อรถยนต์บรรทุกน้ำมัน ๑ คัน ราคา ๑๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ผิดนัดส่งมอบรถยนต์ จำเลยที่ ๑ ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ไปบ้างแล้วยังค้างอีก ๔๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ให้จำเลยที่ ๑ รับสภาพหนี้ทำสัญญาเช่าซื้อไว้ โดยมิได้เจตนาจะผูกพันกันตามสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นนิติกรรมอำพราง เจตนาแท้จริงเป็นเรื่องสัญญาจ้างทำของรถยนต์ที่โจทก์ต่อขึ้นมีขนาดและคุณภาพไม่ตรงตามข้อตกลง ขอให้บังคับโจทก์คืนเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เป็นเรื่องเช่าซื้อ ไม่ใช่เรื่องจ้างทำของ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์คืนรถยนต์บรรทุกน้ำมันแก่จำเลยที่ ๑ ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๘๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องแย้งที่ขอให้โจทกใช้ค่าเสียหายและให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์คืนรถยนต์บรรทุกให้จำเลยที่ ๑ ไม่ตัดสิทธิโจทก์และจำเลยที่ ๑ จะฟ้องร้องกันใหม่เกี่ยวกับสัญญาจ้างทำของภายในอายุความ โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้ว่าจ้างโจทก์ให้ต่อรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันพิพาทอันเข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของ หาใช่เป็นสัญญาเช่าซื้อไม่ แล้ววินิจฉัยว่า แม้ในวันที่จำเลยทั้งสองขับรถไปจากโจทก์ จำเลยที่ ๑ จะได้ทำสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ. ๑ ให้โจทก์ไว้ เอกสารหมาย จ. ๑ นั้นก็เป็นเพียงหลักฐานการรับมอบการงานที่ว่าจ้างและการชำระสินจ้างที่ยังค้างชำระอยู่เท่านั้น มิได้มีเจตนามุ่งผูกพันกันตามสัญญาเช่าซื้อ

ทั้งการนำสืบพยานว่าความจริงจำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์ต่อรถยนต์บรรทุกน้ำมันอันเป็นสัญญาจ้างทำของซึ่งกฎหมายมิได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ จำเลยทั้งสองมีสิทธินำสืบพยานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ ดังนี้ โจทก์จะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายโดยอาศัยสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ. ๑ หาได้ไม่ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ขอให้บังคับโจทก์คืนเงินและใช้ค่าเสียหายนั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ และข้อที่จำเลยทั้งสองฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่ตัดสิทธิโจทก์และจำเลยที่ ๑ จะไปฟ้องร้องกันใหม่และให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาคดีไปเลยนั้น เห็นว่าเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิพากษาดังกล่าวได้ในเมื่อพิจารณาเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · พิทยา มงคล · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสมปอง เสนเนียม
ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้