คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นายวิฑูรย์เป็นบุตรโจทก์ทั้งสอง นายเฉลิมลูกจ้างของจำเลยทั้งสองขับรถโดยประมาทเลินเล่อทำให้บุตรของโจทก์ถึงแก่ความตาย นายเฉลิมกระทำละเมิดตามทางการที่จำเลยทั้งสองจ้าง ขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน 83,663.20 บาท ฯลฯ
จำเลยทั้งสองให้การว่านายเฉลิมมิได้ประมาทเลินเล่อ ฯลฯ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 42,330 บาทแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา จำเลยฎีกาว่า ผู้ตายไม่ได้เสียค่าโดยสาร จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันว่าด้วยลักษณะขนส่งนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า ความตายของผู้ตายเกิดจากการละเมิดของลูกจ้างจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในลักษณะละเมิดมิใช่เป็นเรื่องในลักษณะการขนส่ง เมื่อลูกจ้างของจำเลยยอมให้ผู้ตายโดยสารไปในรถจำเลยจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่ลูกจ้างจำเลยกระทำไปตามทางการที่จ้าง จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยกผู้ตายให้เป็นบุตรบุญธรรมนายแจ่มแล้วจึงพ้นความผูกพันกับโจทก์ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1586 แสดงว่า บุตรบุญธรรมยังคงมีสิทธิหน้าที่ต่อบิดามารดา รวมทั้งหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1535 ผู้ตายยังคงมีความผูกพันต่อโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.