Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6882/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การพิจารณาว่าคดีใดจะต้องเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด จำต้องพิจารณาจากคำฟ้องของคดีนั้นเป็นเกณฑ์ โจทก์ทั้งยี่สิบบรรยายฟ้องว่า โจทก์แต่ละคนต่างเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาด โดยมิได้เกี่ยวข้องกัน โจทก์ทั้งยี่สิบจึงมิได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีและต่างใช้สิทธิฟ้องคดีนี้เป็นการเฉพาะตัวโจทก์ทั้งยี่สิบสามารถที่จะยื่นฟ้องจำเลยแยกจากกันได้ ทั้งศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องจำเลยออกจากกันหรือศาลอาจให้รวมพิจารณาไปในคราวเดียวกันได้ เมื่อเห็นว่าเป็นการสะดวกรวดเร็ว และเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนจึงแยกจากกันได้ เมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องจำเลยรวมกันมาในคดีเดียวกัน จึงต้องคำนวณค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นรายคน การที่โจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นจึงเป็นการทิ้งฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งแปดห้ามเกี่ยวข้องกับตลาดปัฐวิกรณ์ และให้เลิกกระทำการใด ๆอันเป็นการข่มขู่คุกคามโจทก์ทั้งยี่สิบเพื่อมิให้ค้าขายในตลาดตามปกติกับให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในอัตราวันละ 10,000 บาทต่อคนต่อวัน ให้แก่โจทก์ทุกคนต่อไปจนกว่าจะเลิกเข้าเกี่ยวข้องในตลาด กับให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำที่ 6566/2540 ระหว่างบริษัทโชคชัยทรัพย์ทวีจำกัด โจทก์ บริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัด กับพวก จำเลย ลงวันที่ 27เมษายน 2541

ระหว่างพิจารณาโจทก์ทั้งยี่สิบขอถอนฟ้องจำเลยที่ 7

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8ให้การต่อสู้คดีว่ามิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลรวมกันมาเพียง 200 บาท และค่าขึ้นศาลในอนาคต 100 บาท นั้นเป็นการไม่ถูกต้อง จึงมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยให้เสียเป็นรายคนคนละ 300 บาท รวมโจทก์ยี่สิบคนเป็นเงิน6,000 บาท แต่โจทก์ทั้งยี่สิบเสียมาแล้ว 300 บาท คงต้องเสียเพิ่มอีกจำนวน 5,700 บาท โดยให้เสียภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดโจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งยี่สิบทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดีโจทก์ทั้งยี่สิบอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งยี่สิบฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การพิจารณาว่าคดีใดจะต้องเสียค่าขึ้นศาลเท่าใด จำต้องพิจารณาจากคำฟ้องของคดีนั้นเป็นเกณฑ์ ตามคำฟ้องคดีนี้ โจทก์ทั้งยี่สิบฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบ โดยกล่าวอ้างว่า โจทก์แต่ละคนเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์จากนายภูเทพ สิทธิถาวร ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 จำเลยทั้งแปดได้ร่วมกันละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งยี่สิบ โดยนำคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 มาปิดที่ตลาดดังกล่าว แล้วจำเลยทั้งแปดยังร่วมกันข่มขู่บังคับให้โจทก์ทั้งยี่สิบทำสัญญาเช่าใหม่กับจำเลยที่ 1 และชำระค่าเช่าต่อจำเลยที่ 2 ทั้งยังคุกคามโจทก์ทั้งยี่สิบมิให้ค้าขายในตลาดตามปกติ ทำให้โจทก์ทั้งยี่สิบได้รับความเสียหาย

โจทก์แต่ละคนขอคิดค่าเสียหายจากจำเลยทั้งแปดวันละ 10,000 บาท กับให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้น เห็นได้ว่า โจทก์ทั้งยี่สิบบรรยายฟ้องว่า โจทก์แต่ละคนต่างเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์ โดยมิได้เกี่ยวข้องกัน โจทก์ทั้งยี่สิบจึงมิได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีและต่างใช้สิทธิฟ้องคดีนี้เป็นการเฉพาะตัวโจทก์ทั้งยี่สิบสามารถที่จะยื่นฟ้องจำเลยทั้งแปดแยกจากกันได้ ทั้งศาลอาจมีคำสั่งให้โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องจำเลยทั้งแปดออกจากกันหรือศาลอาจให้รวมพิจารณาไปในคราวเดียวกันได้ เมื่อเห็นว่าเป็นการสะดวกรวดเร็ว และเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนจึงแยกจากกันได้ เมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบคดีนี้ฟ้องจำเลยทั้งแปดรวมกันมาในคดีเดียวกัน จึงต้องคำนวณค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้อง

มิใช่เสียค่าขึ้นศาลรวมกันที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งยี่สิบเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นรายคน คนละ 300 บาท รวมจำนวน5,700 บาท นั้นชอบแล้ว การที่โจทก์ทั้งยี่สิบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการทิ้งฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้