Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 688121)

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ อดีตลูกจ้างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ยื่นฟ้ององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีที่ อดีตลูกจ้างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ยื่นฟ้ององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๑ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๒ รองผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๓ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จำเลยที่ ๔ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๙ ว่า โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งที่ ๘๗/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ ลงโทษทางวินัยแก่โจทก์ในสถานให้ออก ตามที่จำเลยที่ ๔ มีมติ ชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัยอย่างร้ายแรงแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๙ มีมติให้ยกโทษแก่โจทก์โดยเห็นว่าโจทก์มิได้มีความผิดตามที่จำเลยที่ ๔ ชี้มูล จำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งที่ ๒๐๓/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ให้ยกโทษแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ ๔ มีหนังสือแจ้งว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ให้จำเลยที่ ๑ พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้ถูกต้องเหมาะสมต่อไป จำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๙ จึงเสนอความเห็นว่า ควรดำเนินการตามหนังสือของจำเลยที่ ๔ จากนั้นจำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งที่ ๑๖๒/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เพิกถอนคำสั่งที่ ๒๐๓/๒๕๖๓ ที่ให้ยกโทษทางวินัยแก่โจทก์ เป็นให้ยืนโทษทางวินัยโจทก์ในสถานให้ออก ซึ่งโจทก์เห็นว่าเป็นการออกคำสั่งซ้ำไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบด้วยข้อบังคับขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ว่าด้วยการปฏิบัติงาน

พ.ศ. ๒๕๖๔ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ได้รับค่าจ้างและ เสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้เพิกถอนคำสั่งจำเลยที่ ๑ ที่ ๑๖๒/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กับให้จำเลยทั้งเก้าร่วมกันหรือแทนกันจ่ายค่าจ้างและค่าเสียหายแก่โจทก์ เห็นว่า แม้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๑ เป็นรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา และมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ส่วนโจทก์ เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดจำเลยที่ ๑ และฟ้องคดีนี้โดยโจทก์ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๑ ที่ ๑๖๒/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ให้ยืนโทษทางวินัยในสถาน ให้ออกตามคำสั่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ ๘๗/๒๕๖๓ กับขอให้จำเลยทั้งเก้าซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำสั่งลงโทษให้โจทก์ออกจากงานร่วมกันจ่ายค่าจ้างและค่าเสียหายแก่โจทก์

อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับ การออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดอันเกิดจากคำสั่ง ทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เนื่องจากนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ในขณะมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานนั้น อยู่ในฐานะเป็นลูกจ้างกับนายจ้างโดยสภาพการจ้างงานเป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๙๙ และข้อบังคับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ว่าด้วย การปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานรัฐวิสาหกิจและรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นนายจ้าง

ดังนี้ การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ที่ให้โจทก์ออกจากงานโดยอ้างว่าเป็นคำสั่งที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเรียกค่าจ้างกับค่าเสียหายอันเกิดจากคำสั่งที่ให้โจทก์ออกจากงานดังกล่าว จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และเป็นคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่างลูกจ้างและนายจ้างสืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานหรือเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงาน ตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเข้าข้อยกเว้นเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตาม มาตรา ๙ วรรคสอง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีนี้จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม () - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
63/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
63/2565
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้