Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 688084)

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ นาย อ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เทศบาลตำบลธรรมามูล ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๔ และ ๑๘๒๕๕ โดยได้รับโอนมรดกมาจากนาง จ. ผู้ฟ้องคดีพบว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างอาคารแบบถาวรขนาดใหญ่รุกล้ำที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๔ ทั้งแปลง และโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๕ บางส่วน อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดียังรื้อถอนต้นไม้ใหญ่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมี

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่ นาย อ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เทศบาลตำบลธรรมามูล ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๔ และ ๑๘๒๕๕ โดยได้รับโอนมรดกมาจากนาง จ. ผู้ฟ้องคดีพบว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างอาคารแบบถาวรขนาดใหญ่รุกล้ำที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๔ ทั้งแปลง และโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๕ บางส่วน อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดียังรื้อถอนต้นไม้ใหญ่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๔ เดิมเป็นของนาง ล. ผู้เป็นมารดาของนาง จ. นาง ล.

แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งอุทิศที่ดินดังกล่าวให้แก่กรมชลประทานเพื่อให้ก่อสร้างอาคารสูบน้ำสำหรับสูบน้ำให้แก่เกษตรกรใช้ทำการเกษตร ตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๒๔ ที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน อาคารสูบน้ำบนที่ดินจึงเป็นส่วนควบของที่ดิน และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) ส่วนโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๕ ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ก่อสร้างอาคารสูบน้ำรุกล้ำเข้าไปยังที่ดินดังกล่าว ซึ่งถ้าหากมีการก่อสร้างอาคารสูบน้ำรุกล้ำที่ดินในขณะทำการก่อสร้างอาคารนั้นจริง ผู้ฟ้องคดีหรือนาง จ. ต้องมาแสดงตัวคัดค้าน ท้วงติง หรือทำการชี้แนวเขตของที่ดินแปลงดังกล่าว การปรับปรุงแนวรั้วได้ดำเนินการตามแนวเขตรั้วเดิมซึ่งได้ก่อสร้างมาพร้อมอาคารสูบน้ำ

ต่อมากรมชลประทานได้ถ่ายโอนภารกิจและส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่เทศบาลตำบลธรรมามูลเพื่อการจัดทำบริการสาธารณะต่อเนื่องมาโดยตลอดเป็นระยะเวลา ๑๙ ปี สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจึงไม่มีส่วนใดที่รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี เทศบาลตำบลธรรมามูลจึงไม่ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของทางราชการ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้เทศบาลตำบลธรรมามูล ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นราชการส่วนท้องถิ่นจัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่งและมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีโดยอ้างเหตุว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดโดยก่อสร้างอาคารถาวรขนาดใหญ่(อาคารสูบน้ำ)

รุกล้ำโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๔ ทั้งแปลง และโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๕ บางส่วน อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดียังได้รื้อถอนต้นไม้ใหญ่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยไม่ได้รับความยินยอม การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีแล้ว การก่อสร้างอาคารถาวรขนาดใหญ่ (อาคารสูบน้ำ) การรื้อถอนต้นไม้ใหญ่ของผู้ถูกฟ้องคดี ก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน

จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจก่อสร้างอาคารถาวรขนาดใหญ่ (อาคารสูบน้ำ) ในที่ดินดังกล่าวเพื่อการจัดทำบริการสาธารณะสำหรับสูบน้ำให้แก่เกษตรกรใช้ทำการเกษตรในที่ดินพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม () - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
73/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
73/2565
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้