คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๖ เวลากลางวันจำเลยบังอาจถือปืนลูกซองของบิดาจำเลยซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ร.ศ.๑๓๑ ม.๓๔ จำเลยรับว่า ปืนเป็นของบิดาตกอยู่แก่จำเลย ๆ ขอรับมฤดกต่ออำเภอแล้วแต่ยังไม่ได้รับอนุญาต โจทก์ขอสืบพะยานว่าจำเลยได้นำปืนไปใช้ และบิดาจำเลยตายมา ๒-๓ ปีแล้ว ศาลเดิมสั่งงดสืบพะยานแล้ววินิจฉัยว่าข้อที่ขอสืบนอกฟ้อง และฟ้องระบุวันที่หาว่าจำเลยถือปืนไว้แล้ว จะขอสืบว่าจำเลยทำผิดมา ๒-๓ ปีก็เป็นการนอกฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามฟ้องได้ความแต่ว่าจำเลยถือปืนไว้เฉย ๆ ซึ่งเป็นข้อหาที่ยังไม่เป็นผิดกฎหมาย การที่โจทก์ขอสืบว่าจำเลยใช้ปืน เป็นข้อความนอกออกไปจากฟ้อง ไม่มีประเด็นต้องสืบ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง