Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรมป่าไม้ทำสัญญาจ้างผู้รับจ้างเฝ้ารักษาไม้ของกลางซึ่งเจ้าพนักงานป่าไม้จับได้และยังอยู่ที่ตอที่ถูกตัดโค่นในป่าระบุชื่อสัญญาว่า 'สัญญาจ้างเฝ้ารักษา' มีข้อสัญญาว่าผู้รับจ้างยอมรับเฝ้ารักษาไม้ของกลางโดยคิดอัตราค่าจ้างเป็นรายท่อนต่อเดือนนับแต่วันทำสัญญาถ้าไม้ซึ่งรับจ้างเฝ้ารักษาขาดหายหรือเป็นอันตรายผู้รับจ้างยอมให้ปรับไหมเป็นรายท่อนตามจำนวนที่สูญหายหรือเป็นอันตราย ระหว่างเวลาที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบเฝ้ารักษากรมป่าไม้ผู้จ้างอาจขนไม้ของกลางทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปจากที่เดิมในเวลาใดๆ ก็ได้แต่ต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบและทำใบรับไม้ให้ไว้ สัญญานี้เป็นสัญญาจ้างแรงงานมิใช่สัญญาฝากทรัพย์ เพราะอำนาจการครอบครองไม้ของกลางยังอยู่แก่กรมป่าไม้ผู้จ้างผู้รับจ้างเพียงแต่เฝ้ารักษาระวังมิให้ผู้ใดมาลักหรือเกิดภัยพิบัติไม้ของกลางยังอยู่ในป่าตามเดิม ผู้รับจ้างมิได้ชักลากไปเก็บไว้ในความอารักขาของตนสิทธิเรียกร้องค่าปรับตามสัญญาจ้างแรงงาน กฎหมายมิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นโดยเฉพาะจึงอยู่ในบังคับอายุความทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ซึ่งมีกำหนดสิบปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ได้ทำสัญญาจ้างจำเลยเฝ้ารักษาไม้ของกลางให้ค่าจ้างท่อนละ 5 บาทต่อเดือน ถ้าไม้ขาดหายหรือเป็นอันตรายจำเลยยอมให้ปรับเป็นรายท่อนตามจำนวนที่กำหนด ต่อมาโจทก์ตรวจพบว่าไม้สูญหายไป 191 ท่อน จำเลยต้องใช้ค่าปรับรวม 121,200 บาทโจทก์ทวงถาม จำเลยก็เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยต่อสู้หลายประการซึ่งไม่มีปัญหา และว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 671ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาข้อเดียวว่า ตามสัญญาที่ทำไว้เห็นได้ชัดว่า โจทก์ส่งมอบไม้ให้จำเลย และจำเลยตกลงเก็บรักษาไม้ไว้ในอารักขาแห่งตนเป็นสัญญาฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน 6 เดือน นับแต่เหตุไม้สูญหายคดีขาดอายุความตามมาตรา 671ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นผู้จัดการโรงเลื่อยแสงเจริญซึ่งโรงเลื่อยนี้จัดการตัดฟันชักลากไม้มาแปรรูปเอง ไม้ของกลางที่เจ้าพนักงานป่าไม้ของโจทก์จับได้และทำสัญญาจ้างจำเลยเฝ้ารักษานั้นยังอยู่ที่ตอที่ถูกตัดโค่นในป่า ไม่ได้รวมหมอน และอยู่ริมทางชักลากไม้ของจำเลย ห่างโรงเลื่อยของจำเลย 5-6 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตรตามสัญญาเฝ้ารักษาไม้ของกลางพร้อมด้วยบัญชีต่อท้าย 9 ฉบับเป็นแบบพิมพ์อย่างเดียวกัน

ระบุชื่อสัญญาว่า "สัญญาจ้างเฝ้ารักษา" และมีข้อสัญญาว่า ผู้รับจ้างยอมรับเฝ้ารักษาไม้ของกลาง โดยคิดอัตราค่าจ้างเป็นรายท่อนต่อเดือน นับแต่วันทำสัญญาเป็นต้นไปและถ้าสิ่งซึ่งได้รับจ้างเฝ้ารักษาขาดหายหรือเป็นอันตรายไปจากบัญชีท้ายสัญญา ผู้รับจ้างยอมให้ปรับไหมเป็นรายท่อน และสัญญาข้อ 4 มีว่า "ในระหว่างเวลาที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบเฝ้ารักษาไม้ของกลางตามสัญญานี้ ผู้จ้างอาจขนไม้ของกลางที่ผู้รับจ้างรับเฝ้ารักษาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปจากที่เดิมในเวลาใด ๆ ก็ได้ แต่ในกรณีเช่นนี้ ผู้จ้างต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบและทำใบรับไม้ของกลางที่ขนไปนั้นทุกคราวไป และไม้หรือของป่าที่ผู้จ้างได้นำไปแล้วนั้นเป็นอันพ้นจากความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง"

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาจ้างเฝ้ารักษาไม้ของกลางรายนี้เป็นสัญญาจ้างแรงงานซึ่งโจทก์ตกลงให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่จำเลยเฝ้ารักษาไม้ของกลางไว้ให้โจทก์โดยปลอดภัย การเฝ้ารักษาของจำเลยตามธรรมดาก็น่าจะเป็นแต่เพียงหมั่นไปตรวจตราดู เพื่อระวังมิให้ผู้ใดมาลักไม้ไปเสีย และระวังมิให้เกิดภัยพิบัติจากไฟป่าลามมาไหม้โดยจัดการถากถางหญ้าหรือต้นไม้ที่เป็นเชื้อไฟในบริเวณท่อนไม้ของกลางเท่านั้น ซึ่งจำเลยมิได้ชักลากไม้ของกลางมาเก็บรักษาไว้ในบริเวณโรงเลื่อยเพื่ออยู่ในอารักขาของจำเลย พยานโจทก์เบิกความว่าไม้ของกลางอยู่ระหว่างคดี ก็ถือว่าอยู่ในความควบคุมของกรมป่าไม้ถ้าศาลสั่งริบ ก็ตกเป็นของแผ่นดิน และตามสัญญาข้อ 4 ดังกล่าวโจทก์ผู้จ้างอาจขนไม้ของกลางทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปจากที่เดิมในเวลาใด

ๆ ก็ได้ แสดงว่าอำนาจการครอบครองไม้ของกลางยังอยู่แก่โจทก์ตัวอย่างที่เทียงให้เห็นได้ชัด เช่น ฝากสินค้าแก่คลังสินค้าสินค้าที่ฝากย่อมอยู่ในความอารักขาของนายคลังสินค้า ๆ มีอำนาจครอบครองสินค้านั้น แต่คนยามที่จ้างมาเฝ้าคลังสินค้าหรือเฝ้าบ้านคนยามก็เพียงแต่ดูแลแต่ภายนอก หามีอำนาจครอบครองสินค้าหรือทรัพย์สินในอาคารบ้านเรือนนั้นไม่ ดังนี้ สัญญารายนี้จึงมิใช่สัญญาฝากทรัพย์ดังจำเลยฎีกา เมื่อกฎหมายลักษณะจ้างแรงงานมิได้บัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ซึ่งอายุความ 10 ปี คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิริยะ เกิดศิริ · ไฉน บุญยก · สุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้