Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2510 (เลขอ้างอิง 68321)

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เรือน 3 หลังปลูกติดต่อเป็นหลังเดียวกัน ทำรั้วบ้านด้านข้างติดต่อรั้วเดียวกันมีนอกชานด้านหน้าซึ่งทำประตูเข้าไว้ตรงนอกชาน ทั้งปรากฏว่าเจ้าของได้อยู่อาศัยอย่างเป็นบ้านเดียวกันมาหลายสิบปี และส่วนของสิ่งปลูกสร้างของเรือนหลังหนึ่งล้ำเข้าไปอยู่ในเรือนของอีกหลังหนึ่ง ตัวเรือนมีชายคาติดต่อต้องใช้รางน้ำร่วมกัน แม้เรือนทั้ง 3 หลังจะปลูกต่างปีกัน ก็ฟังได้ว่าเรือนทั้ง 3 หลังนั้นเป็นส่วนควบซึ่งกันและกัน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกัน เดิมโจทก์ฟ้องขอบังคับจำนอง แล้วโจทก์จำเลยตกลงทำยอมความกันไว้ต่อศาลว่า จำเลยยอมรับผิดชำระหนี้ทั้งสองสำนวนให้ ถ้าจำเลยผิดนัด ให้โจทก์บังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์จำนองสองรายนี้ และโจทก์ไม่ติดใจว่ากล่าวแก่จำเลยมากไปกว่านี้ ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ ผู้ร้องทั้ง ๒ ซึ่งเป็นสามีภริยากัน ร้องขัดทรัพย์ว่าโจทก์นำยึดเลยไปถึงที่ดินครอบครองของผู้ร้องทั้ง ๒ กับบ้านอีก ๓ หลังซึ่งมิใช่ทรัพย์ที่จำนอง ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด

โจทก์ให้การว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นทรัพย์ติดจำนอง เพราะที่ดินที่ผู้ร้องว่าเป็นที่ดินครอบครองนั้น เป็นที่ดินที่งอกออกไปจากที่ดินโฉนดที่จำเลยจำนองกับโจทก์ไว้ ส่วนบ้านทั้ง ๓ หลังก็ปลูกสร้างไว้บนที่ดินนั้นก่อนจำนอง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินที่ผู้ร้องว่าเป็นที่ดินครอบครองเป็นที่งอกจากที่ดินโฉนดที่จำนอง จึงตกอยู่ในภาระจำนองด้วย และบ้านหลังที่ ๑ ก็ปลูกบนที่งอกก่อนจำนองถือว่าตกอยู่ในภาระจำนองด้วย ให้ถอนการยึดบ้านหลังที่ ๒-๓ โจทก์และผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ที่ ๑ และให้คงยึดบ้านหลังที่ ๒,๓ ไว้ด้วย ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาจำนองครอบถึงที่งอกด้วยโดยผลแห่งกฎหมาย แต่สำหรับบ้านพิพาทนั้นยังมีข้อที่จะต้องพิจารณาต่อไปอีก จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้ง ๒ และย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานและพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสืบพยานและไปตรวจดูบ้านพิพาท แล้ววินิจฉัยว่า นายกรีด ผู้ร้องขัดทรัพย์ที่ ๑ เป็นสามีจำเลย ไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์และนางลิ้นจี่ผู้ร้องขัดทรัพย์ที่ ๒ เป็นจำเลยในคดีนี้ คำร้องขัดทรัพย์จึงเป็นเพียงคัดค้านการบังคับจำนอง และฟังว่าขณะจำนองที่ดินครอบครองไม่ใช่ที่งอก ไม่เป็นส่วนควบของที่ดินที่จำนอง ส่วนบ้านทั้ง ๓ หลังปลูกอยู่ในที่สาธารณะไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างตามสัญญาจำนอง ให้โจทก์ถอนการยึดที่ดินครอบครองและบ้านทั้ง ๓ หลัง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยึดที่ดินครอบครองที่พิพาทและเรือนพิพาททั้ง ๓ หลังไว้ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในขณะทำสัญญาจำนอง ที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่ง และว่าเรือนพิพาทหลังในบางส่วนปลูกอยู่บนที่ดินครอบครองที่พิพาท เรือนหลังกลางและหลังหน้าปลูกติดต่อเป็นบ้านหลังเดียวกันบนที่ลาดลุ่มริมตลิ่งต่อจากที่งอก ทำรั้วบ้านด้านข้างติดต่อรั้วเดียวกันทั้ง ๓ หลัง รวมทั้งมีนอกชานด้านหน้าซึ่งทำประตูเข้าไว้ตรงนอกชาน และผู้ร้องได้ปลูกบ้านทั้ง ๓ หลังนี้อยู่อาศัยอย่างเป็นบ้านเดียวกันมาหลายสิบปีแล้ว ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ครอบครองเรือนพิพาทแยกกันมา การที่ผู้ร้องนำสืบว่าได้ปลูกบ้านพิพาทแต่ละหลังคนละปีกันนั้น ก็เป็นการปลูกเรือนต่อเติมออกไปอีกเท่านั้นทั้งตามรายงานพิจารณาที่ศาลไปเดินเผชิญสืบก็ปรากฏว่า ส่วนของสิ่งปลูกสร้างของเรือนอีกหลังหนึงล้ำเข้าไปอยู่ในเรือนของอีกหลังหนึ่ง ตัวเรือนมีชายคาติดต่อต้องใช้รางน้ำร่วมกัน ฟังได้ว่าเรือนพิพาททั้ง ๓ หลังได้ปลูกติดต่อกันเป็นส่วนควบซึ่งกันและกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิคม ชัยอาญา · ยง เหลืองรังษี · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายอำพัน บุญกลั่น
ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้