Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6809/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นของ อ. จำเลยไม่ได้ฝากให้ อ. ดูแลที่ดินพิพาทแทน และ ด. ได้ซื้อที่ดินพิพาทจาก อ. แล้ว แต่ ด. ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนโอนชื่อเป็นของ ด. เมื่อ อ. ตายเสียก่อน โจทก์เป็นทายาทผู้รับมรดกและในฐานะผู้จัดการมรดกของ อ. ผู้ตาย สิทธิในทางทรัพย์สินรวมทั้งหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ของ อ. ก็ตกทอดแก่โจทก์ทันทีรวมทั้งหน้าที่ในการโอนที่ดินพิพาทที่ขายด้วย เมื่อจำเลยเข้าเกี่ยวข้องโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของร้อยตำรวจเอกอินทร์ จุลมิน ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทและห้ามเกี่ยวข้อง ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 1,200 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องวันที่ 17 มกราคม 2537 จนกว่าจำเลยและบริวารได้ออกจากที่ดินพิพาท

จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ครั้นปี 2505 จำเลยต้องย้ายครอบครัวไปอยู่ที่อื่น จึงฝากให้ร้อยตำรวจเอกอินทร์ จุลมิน บิดาโจทก์ดูแลแทน ในปี 2510 จำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยได้ครอบครองโดยความสงบ และโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ โดยโจทก์และร้อยตำรวจเอกอินทร์มิได้โต้แย้งการครอบครองของจำเลยแต่อย่างใด หากศาลเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นของร้อยตำรวจเอกอินทร์ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกคืนการครอบครองจากจำเลย เนื่องจากเกิน 1 ปี นับแต่จำเลยแย่งการครอบครอง และร้อยตำรวจเอกอินทร์ขายที่ดินพิพาทให้แก่นายอุดร ทองทั่ว แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์และพิพากษาให้จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ห้ามโจทก์กับบริวารและนายอุดร ทองทั่ว เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความ โดยอ้างว่าร่วมกับจำเลยครอบครองที่ดินพิพาท ต่อมาผู้ร้องสอดขอถอนคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ร้อยตำรวจเอกอินทร์ จุลมิน เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 500 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องวันที่ 17 มกราคม 2537 จนกว่าจำเลยและบริวารได้ออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท ยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 2,500 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่า จำเลยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขายที่ดินพิพาทให้แก่ร้อยตำรวจเอกอินทร์แล้ว ร้อยตำรวจเอกอินทร์จึงเป็นบุคคลผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ดังนั้น เมื่อร้อยตำรวจเอกอินทร์ขายที่ดินที่มีชื่อตนให้แก่นายอุดรโดยยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่ร้อยตำรวจเอกอินทร์ตายเสียก่อน โจทก์ผู้เป็นบุตรและเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายตามคำสั่งศาลย่อมมีสิทธิที่จะจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โอนใส่ชื่อนายอุดรเป็นผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามกฎหมายต่อไป ปัญหาในช่วงระหว่างที่ที่ดินพิพาทยังไม่ได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ปรากฏว่ามีจำเลยและบริวารมารบกวนขัดสิทธิของนายอุดรผู้ซื้อในอันจะครอบครองทรัพย์สินโดยปกติสุข คดีนี้มีการรบกวนสิทธิเกิดขึ้นเป็นคดีระหว่างนายอุดรผู้ซื้อกับบุคคลภายนอก นายอุดรผู้ซื้อชอบที่จะขอให้ศาลเรียกผู้ขายเข้าเป็นจำเลยร่วมหรือเป็นโจทก์ร่วมกับผู้ซื้อในคดีได้ เพื่อศาลจะได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้เป็นคู่กรณีทั้งหลายรวมไปเป็นคดีเดียวกัน ถ้าผู้ขายเห็นเป็นการสมควรจะสอดเข้าไปในคดีเพื่อปฏิเสธการเรียกร้องของบุคคลภายนอกก็ชอบที่จะทำได้ด้วย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การใช้สิทธิของจำเลยมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น การใช้สิทธิของจำเลยเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย

อนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1374 ถ้าผู้ครอบครองถูกรบกวนในการครอบครองทรัพย์สินเพราะมีผู้สอดเข้าเกี่ยวข้องโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะให้ปลดเปลื้องการรบกวนนั้นได้ ถ้าเป็นที่น่าวิตกว่าจะยังมีการรบกวนอีกผู้ครอบครองจะขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้ คดีนี้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของร้อยตำรวจเอกอินทร์ จำเลยไม่ได้ฝากให้ร้อยตำรวจเอกอินทร์ดูแลที่ดินพิพาทแทน และนายอุดรได้ซื้อที่ดินพิพาทจากร้อยตำรวจเอกอินทร์แล้ว แต่นายอุดรยังไม่ได้รับการจดทะเบียนโอนชื่อเป็นของนายอุดร ร้อยตำรวจเอกอินทร์ตายเสียก่อน จำเลยและบริวารสอดเข้ามาเกี่ยวข้องโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โจทก์เป็นทายาทผู้รับมรดกและในฐานะผู้จัดการมรดกของร้อยตำรวจเอกอินทร์ผู้ตาย สิทธิในทางทรัพย์สินรวมทั้งหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ของผู้ตายก็ตกทอดแก่โจทก์ทันทีซึ่งรวมทั้งหน้าที่ในการโอนที่ดินพิพาทที่ขายด้วย เมื่อจำเลยเข้าเกี่ยวข้องโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 274 ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา ร้อยตำรวจเอกอินทร์ จุลมิน เป็นผู้มีชื่อในสารบัญจดทะเบียนว่าได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์เป็นทายาทผู้รับมรดกและในฐานะผู้จัดการมรดกของร้อยตำรวจเอกอินทร์ จุลมิน ผู้ตาย ที่ดินอันเป็นกองมรดกของผู้ตายย่อมตกทอดแก่โจทก์ทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ตามกฎหมาย ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องวันที่ 17 มกราคม 2537 จนกว่าจำเลยและบริวารได้ออกจากที่ดิน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระจิต ไชยาคำ · บัญชา สหเกียรติมนตรี · สุรพล เจียมจูไร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางสาวณัฐสิรี วราโพธิ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้