Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6800/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธว่าโจทก์ได้สำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาด จำเลยจึงได้ประเมินราคาใหม่ตามราคาแท้จริงในท้องตลาดประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าสินค้าของโจทก์มีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเท่าใด แม้จำเลยจะให้การไว้ว่าได้ประเมินราคาใหม่โดยเปรียบเทียบราคาสินค้าของโจทก์กับบัญชีราคาสินค้า ซึ่งถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดก็ตาม จำเลยก็สามารถนำสืบหักล้างพยานโจทก์ให้เห็นว่าราคาที่โจทก์สำแดงนั้นไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เนื่องจากราคาสินค้าของโจทก์มีราคาที่ออกจากโรงงานผู้ผลิตตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 71 สูงกว่าราคาที่โจทก์สำแดงไว้ได้ เมื่อศาลเห็นว่าราคาที่โจทก์สำแดงไว้และราคาที่จำเลยได้ประเมินใหม่ตามคำให้การมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด แต่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดมีราคาตามที่ออกจากโรงงานผู้ผลิตซึ่งมีราคาสูงกว่าที่โจทก์สำแดงและต่ำกว่าที่จำเลยประเมินใหม่เป็นประโยชน์แก่โจทก์ ศาลก็ย่อมรับฟังราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 71 มาเป็นราคากำหนดในการประเมินอากรขาเข้าให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการวินิจฉัยถึงราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามประเด็นที่โจทก์จำเลยโต้แย้งกันนั่นเองเมื่อจำเลยประเมินอากรขาเข้าของสินค้าโจทก์เกินกว่าที่โจทก์ต้องชำระ ศาลก็ย่อมพิพากษาเพิกถอนส่วนที่ประเมินเกินไปนั้น และกำหนดให้ประเมินอากรขาเข้าในส่วนที่โจทก์จะต้องชำระให้ถูกต้องได้ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกคำให้การ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม 2533 โจทก์นำสินค้า คือเกียร์รถยนต์บรรทุกเครื่องหมายการค้า "ZF ECOMAT"(AUTOMATIC TRANSMISSION IN USE) จากประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันเข้ามาในราชอาณาจักรจำนวน 8 ชุด ราคาชุดละ11,613 มาร์กเยอรมันนี เอฟ.โอ.บี เมื่อรวมค่าประกันและค่าขนส่งด้วยจะเป็นราคาชุดละ 11,963 มาร์กเยอรมันนี ซี.ไอ.เอฟ. กรุงเทพรวม 8 ชุด เป็นเงิน 95,704 มาร์กเยอร์มันนี ซี.ไอ.เอฟ. กรุงเทพโจทก์ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าสำแดงรายการต่อกรมศุลกากร โดยสำแดงราคาสินค้าเท่าที่โจทก์ซื้อเข้ามาตามความเป็นจริงอันเป็นราคาขายส่งเงินสดในท้องตลาดขณะนั้นเป็นราคารวม 95,704 มาร์กเยอรมันนี ซี.ไอ.เอฟ.

กรุงเทพ สำหรับสินค้า 8 ชุดคำนวณเป็นเงินไทยเท่ากับ 3,063,875.51 บาท โจทก์สำแดงรายการเสียภาษีตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 รวมเป็นเงินค่าภาษีอากร และค่าธรรมเนียมพิเศษ 1,216,721 บาท เจ้าพนักงานศุลกากรได้ตรวจสอบเอกสารและใบขนสินค้าขาเข้าของโจทก์แล้วพอใจจึงให้โจทก์ชำระเงินค่าภาษีอากร โจทก์ได้ชำระเงินค่าภาษีอากรแก่รัฐเป็นเงินรวม1,216,721 บาท แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2533 โจทก์นำใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าที่ชำระค่าภาษีอากรดังกล่าวพร้อมเอกสารประกอบไปยื่นและรับการตรวจปล่อยออกของจากเจ้าพนักงานกองตรวจสินค้าขาเข้า แต่มิได้รับการปล่อยสินค้าเพราะเจ้าพนักงานหน่วยป้องกันและปราบปรามของด่านศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 อายัดกักยึดสินค้าโจทก์ไว้ที่คลังสินค้าของการท่าเรือตามเดิม

อ้างเหตุผลว่า โจทก์สำแดงรายการสินค้าเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรเป็นเหตุให้เงินอากรขาด จึงแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินอากรพิจารณาราคาใหม่ว่าราคาสินค้าและค่าภาษีอากรขาดไปเท่าใด ต่อมาระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม 2533เจ้าพนักงานประเมินอากรได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า โจทก์สำแดงรายการชนิดของ พิกัดอัตราศุลกากร และราคาสินค้าถูกต้องแล้ว ได้ส่งเรื่องราวและเอกสารของโจทก์ไปพิจารณาคดีที่กองคดีของกรมศุลกากรแล้วก็ได้ความยุติ มีความเห็นต้องกับกองพิธีการและประเมินอากรดังกล่าวต่อมาระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2533 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2534จำเลยที่ 2 ซึ่งโดยระเบียบการแบ่งส่วนราชการในกรมศุลกากรแล้วไม่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดราคาสินค้าและประเมินค่าภาษีอากรได้สั่งการให้เจ้าพนักงานประเมินราคากองพิธีการและประเมินอากรทำการประเมินราคาสินค้าและคำนวณค่าภาษีอากรให้โจทก์ชำระเพิ่มใหม่โดยให้กำหนดราคาประเมินขึ้นตามแนวทางที่ตนมีความต้องการอย่างไม่มีข้อเท็จจริงและเหตุผลที่ชอบซึ่งจากการประเมินตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว

ทำให้ตัวเลขราคาสินค้าโจทก์เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง 2,248,862.08 บาท อากรขาเข้าเพิ่มขึ้น 1,349,317.96บาท ภาษีการค้าเพิ่มขึ้น 408,034.33 บาท (ลด 2% แล้ว)ภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้น 40,803.43 บาท ค่าธรรมเนียมพิเศษที่ต้องเสียร้อยละ 0.5 ของราคาก็เพิ่มขึ้น 11,244.31 บาท ด้วยรวมเป็นเงินค่าภาษีอากรที่โจทก์ต้องชำระเพิ่มอีก 1,809,400.03 บาทโจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินราคาสินค้าเพิ่มของเจ้าพนักงานจำเลยในครั้งที่ 2 จึงไม่ยอมชำระและได้วางหลักทรัพย์เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ให้คุ้มกับเงินค่าภาษีอากรที่เพิ่มกับค่าปรับตามที่เจ้าพนักงานจำเลยเรียกร้องในวงเงิน 5,488,000 บาทโจทก์จึงสามารถนำของออกจากอารักขาของกรมศุลกากรได้ แต่โจทก์ก็ไม่สามารถส่งมอบของที่นำเข้ามาให้แก่คู่สัญญาที่สั่งซื้อได้เพราะโจทก์ส่งสินค้าล่าช้ากว่ากำหนดมาก จึงขอบอกเลิกสัญญากับผู้ซื้อแล้ว

โจทก์จึงได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยสินค้าเกียร์รถยนต์บรรทุกที่โจทก์นำเข้ามาและยื่นใบขนสินค้าชำระภาษีอากรและค่าธรรมเนียมพิเศษแก่รัฐนั้น โจทก์ซื้อมาตามราคาในท้องตลาดของต่างประเทศซึ่งผู้ขายเสนอราคาขายแก่โจทก์โดยที่โจทก์และผู้ขายในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันไม่เคยรู้จักไม่เคยเห็นและไม่มีความสัมพันธ์กันพิเศษแต่อย่างใด โจทก์ติดต่อขอซื้อสินค้าได้ราคาตามที่ผู้ขายเสนอขายให้โจทก์ตามปกติเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ฉะนั้นที่เจ้าพนักงานจำเลยภายใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กล่าวหาว่าโจทก์สำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดแล้วประเมินราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น โดยปราศจากหลักเกณฑ์และมีความมุ่งประสงค์จะให้ค่าภาษีอากรขาดมากขึ้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบ

เพราะราคาสินค้าที่เจ้าพนักงานจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 นำมาใช้ประเมินต่อสินค้าโจทก์นั้น มิใช่ราคาสินค้าอันแท้จริงในท้องตลาด ขอให้พิพากษาว่าราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงในใบขนสินค้า เลขที่ 093-64187-8เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด การประเมินราคาสินค้าเพิ่มครั้งที่ 2ของจำเลยไม่ชอบ ให้เพิกถอนการประเมินนั้นเสียจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ได้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรตามใบขนสินค้าสำแดงว่าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ใช้แล้ว ยี่ห้อ"ZF ECOMAT" จำนวน 8 ชุด ขั้นแรกเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1พิจารณาตามใบขนสินค้า แล้วหลงเชื่อว่าเป็นของเก่าใช้แล้วจริงตามที่สำแดงไว้ และราคาเหมาะสมกับในราคาของเก่า จึงยอมรับราคาตามที่โจทก์สำแดงไว้ แต่เมื่อได้ตรวจสอบสินค้าแล้ว

เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 พบว่า สินค้านั้นเป็นเกียร์อัตโนมัติจริงแต่เป็นของใหม่ทั้ง8 ชุด มิใช่ของเก่าตามที่สำแดงไว้ โจทก์ได้ใช้กลอุบายทำการให้ดูคล้ายสภาพของเก่า อันเป็นการสำแดงเท็จ เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1จึงได้อายัดสินค้าของโจทก์ไว้เพื่อส่งไปทำการประเมินราคาใหม่ให้เป็นไปตามสภาพสินค้าที่แท้จริง จำเลยที่ 1 จึงได้เปรียบเทียบราคาสินค้าของโจทก์กับบัญชีราคาสินค้า (PRICE LIST) ยี่ห้อ"ZF ECOMAT" ซึ่งเป็นสินค้าประเภทเกียร์อัตโนมัติและมีหมายเลขกำกับอะไหล่ (PART NO.) 4139006410 ตรงกับของโจทก์ทุกประการ ซึ่งบัญชีราคาสินค้า (PRICE LIST) ที่นำมาเปรียบเทียบนั้นเป็นราคาของผู้จำหน่ายหรือผู้ผลิตโดยตรง อันถือได้ว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด

ผลการตรวจสอบเกียร์ดังกล่าวทั้ง 8 ชุด ปรากฏว่าราคาที่โจทก์สำแดงนั้นต่ำกว่าราคาซึ่งเป็นราคาแท้จริงในท้องตลาดอยู่ถึง 2,248,862.08 บาท ซึ่งเป็นผลให้ค่าภาษีอากรขาดไป ดังนี้อากรขาเข้า 1,349,317.96 บาท ภาษีการค้า 408,034.33 บาทภาษีบำรุงเทศบาล 40,803.43 บาท ค่าธรรมเนียมพิเศษตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 77/2533 เป็นเงิน 11,244.31 บาท เพื่อให้เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1จึงได้ประเมินเพิ่มราคาขึ้นตามจำนวนดังกล่าวเป็นการชอบแล้วขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีอากรของจำเลยที่ 1 บางส่วน โดยให้ใช้ราคาที่โรงงานผู้ผลิตขายให้โจทก์เป็นราคาที่แท้จริงในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ประเมินภาษีอากร คำขออื่นให้ยกเสียโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ส่วนปัญหาว่า การที่ศาลภาษีอากรกลางฟังราคาตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 71 เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกคำให้การหรือไม่เห็นว่า

จำเลยให้การปฏิเสธว่าโจทก์ได้สำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาด จำเลยจึงได้ประเมินราคาใหม่ตามราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าสินค้าของโจทก์มีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเท่าใด แม้จำเลยจะให้การไว้ว่าได้ประเมินราคาใหม่โดยเปรียบเทียบราคาสินค้าของโจทก์กับบัญชีราคาสินค้า (PRICE LIST) ซึ่งถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดก็ตามจำเลยก็สามารถนำสืบหักล้างพยานโจทก์ให้เห็นว่าราคาที่โจทก์สำแดงนั้นไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เนื่องจากราคาสินค้าของโจทก์มีราคาที่ออกจากโรงงานผู้ผลิตตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 71สูงกว่าราคาที่โจทก์สำแดงไว้ได้ เมื่อศาลเห็นว่าราคาที่โจทก์สำแดงไว้และราคาที่จำเลยได้ประเมินใหม่ตามคำให้การมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด แต่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดมีราคาตามที่ออกจากโรงงานผู้ผลิตซึ่งมีราคาสูงกว่าที่โจทก์สำแดงและต่ำกว่าที่จำเลยประเมินใหม่เป็นประโยชน์แก่โจทก์

ศาลก็ย่อมรับฟังราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 71 มาเป็นราคากำหนดในการประเมินอากรขาเข้าให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการวินิจฉัยถึงราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามประเด็นที่โจทก์จำเลยโต้แย้งกันนั่นเองเมื่อจำเลยประเมินอากรขาเข้าของสินค้าโจทก์เกินกว่าที่โจทก์ต้องชำระ ศาลก็ย่อมพิพากษาเพิกถอนส่วนที่ประเมินเกินไปนั้นและกำหนดให้ประเมินอากรขาเข้าในส่วนที่โจทก์จะต้องชำระให้ถูกต้องได้หาเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกคำให้การแต่อย่างใดไม่ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สละ เทศรำพรรณ · นิเวศน์ คำผอง · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1358/2540

กรมศุลกากรโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในค่าธรรมเนียมล่วงเวลาเนื่องจากจำเลยเป็นผู้จำหน่ายด้วยการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้แก่อากาศยาน การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำการงานอย่างใดอย่างหนึ่งแก่อากาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2537

ราคาของที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีอากรนั้นต้องคิดจากราคาสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าระวาง เรียกว่า ราคาซี.ไอ.เอฟ. ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งเฉพาะค่าขนส่งก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับราคาของ เมื่อโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2534

โจทก์ฟ้องเฉพาะที่เกี่ยวกับพิกัดอัตราภาษีศุลกากร และการประเมินราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าว่ามิได้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยอ้าง มิได้ฟ้องเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลและศาลภาษีอากรกลางก็มิได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้