Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2487

พ.ศ. 2487 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ไนกรนีที่จำเลยรื้อเรือนนอกชานครัวและยุ้งข้าวที่ปลูกหยู่ไนที่ดินของโจทไปนั้น จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าทรัพย์เหล่านั้นเปนของจำเลยได้

เนื้อความคำพิพากษา

ได้ความว่าเนื่องจากคำบังคับของสาลตามคำพิพากสาไนคดีแพ่งแดงที่ ๑๒๐/๒๔๘๕ ไห้จำเลยรื้อเรือนออกจากโฉนดที่ ๕๓๘๐ จำเลยจึงรื้อเรือนหลังไหย่หอกลาง นอกชานครัวและยุ้งข้าวไป โจทจึงฟ้องว่าฉเพาะเรือนหลังไหย่เท่านั้นเปนของจำเลย นอกนั้นเปนของโจท ขอไห้บังคับจำเลยขนเรือน หอกลาง นอกซาน ยุ้งข้าวและครัวมาปลูกไว้หย่างเดิมหรือไช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าทรัพย์ที่โจทฟ้องเปนของจำเลย สาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้วินิฉัยว่าเรือนที่ปลูกหยู่ไนที่ดินเปนทรัพย์ติดหยู่กับที่ดินตามประมวนกดหมายแพ่ง ฯ มาตรา ๑๐๐ เมื่อจำเลยอ้างว่าเปนเรือนของจำเลย ๆ จะต้องมีนิติกัมหย่างไดหย่างหนึ่งมาสแดงไห้เห็นว่ากรนีมีเหตุผลเปนพิเสส พิพากสาไห้จำเลยแพ้

สาลอุธรน์เห็นว่า จำเลยมีสิทธิที่จะนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ หาปิดปากจำเลยไม่ ไห้สาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานไปไห้สิ้นกะแสร์ความ แล้วตัดสินไหม่ โจทดีกาว่าการทีจำเลยไห้การว่าเรือนเปนของจำเลยนั้นเปนการเถียงกดหมายและไม่มีประเด็นที่จะสืบพยานตตามประมวนกดหมายวิธีพิจารนาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ สาลดีกาเห็นว่า ตามคำพิพากสาของสาลชั้นต้นและสาลอุธรน์ไนคดีแพ่งแดงที่ ๑๒๐/๒๔๘๕ มิได้ชี้ขาดว่าทรัพย์รายพิพาทเปนของโจท ฉะนั้นเมื่อมีประเด็นทุ่มเถียงกันว่าเรือน นอกชาน ครัวและยุ้งข้าวเปนของโจทหรือจำเลยจึงเปนประเด็นที่ควนได้รับการพิจารนาไห้ถ่อนแท้ ประมวนกดหมายแพ่งและพานิชมาตรา ๑๐๐ มิได้ปิดปากจำเลยไม่ไห้ยกขึ้นต่อสู้ คำไห้การของจำเลยที่กล่าวว่าทรัพย์เปนของจำเลยนั้นเปนการปติเสธข้ออ้างของโจท เปนประเด็นที่จำเลยจะนำสืบได้ จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์(ทิพปัญญา อ. บุปผเวส-ชม จามรมาน-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ)สาลชั้นต้น - นาย สุ สนิตพงษ์สาลอุธรณ์ - นายเชื้อ ราชปรีชา

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้