Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยได้รับมอบแหวนเพ็ชรของผู้เสียหายไป 1 วง โดยจำเลยรับว่าจะเอาไปขายให้ ถ้าขายไม่ได้ก็จะเอามาคืนให้ ครั้นแล้วจำเลยได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกแหวนเพ็ชรหรือเงินค่าแหวนนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ดังนี้เป็นฟ้องที่จำเลยสามารถเข้าใจข้อหาได้ดี จำเลยย่อมรู้สึกอยุ่แก่ตนว่า ยักยอกแหวนหรือยักยอกเงินค่าแหวนที่ขายได้ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม รับแหวนของเขาไปเพื่อจะนำไปขายตามคำสั่งขอผู้มอบหมายนั้น ผู้รับมอบมีฐานะเป็นตัวแทน ฉะนั้นเมื่อได้รับเงินค่าขายแหวนไว้ ก็หมายความว่ารับไว้ในฐานเป็นตัวแทนเขาด้วย และมีหน้าที่จะต้องนำส่งเงินนี้แก่ผู้มอบหมาย ถ้ายักยอกเอาเงินนี้ไว้เสียโดยทุจริต ก็เป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๔๙๒ เวลากลางวันจำเลยได้รับมอบแหวนเพ็ชร ๑ วงราคา ๓๘๐๐ บาท ของนางจันทรดี ไว้โดยจำเลยรับจะเอาไปขายให้ ถ้าขายแหวนดั่งกล่าวแล้วไม่ได้ ก็จะเอามาคืนให้ ในระหว่างวันดังกล่าวถึงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๙๒ จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกแหวนเพ็ชรหรือเงิน ๓๘๐๐ บาทนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตนเสีย หรือมิฉะนั้นในวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๔๙๒ เวลากลางวัน จำเลยมีเจตนาทุจริตใช้อุบายหลอกลวงเอาแหวนเพ็ชรนี้ไป ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและยักยอก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงโจทก์ไม่มีพยานแสดงว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงเท็จมาแต่แรก ข้อหาฐานนี้จึงตกไป ส่วนข้อหาฐานยักยอกถือว่าฟ้องเคลือบคลุมตามฎีกาที่ ๑๒๖/๒๔๙๒ จึงพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์กล่าวหาในฐานยักยอกทรัพย์นั้น ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม จำเลยสามารถจะเข้สใจข้อหาได้ดี จำเลยย่อมรุ้สึกอยู่แก่ตนว่า ยักยอกแหวนของเขาหรือยักยอกเงินค่าแหวนที่ขายได้ การที่จำเลยรับแหวนไปจากผู้เสียหาย เพื่อจะนำเอาไปขายตามคำสั่งของผู้เสียหาย ผู้มอบหมายนั้น จำเลยมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยได้รับเงืนค่าขายแหวนไว้ก็หมายความว่ารับไว้ในฐานะเป็นตัวแทนผู้เสียหาย เงินที่จำเลยรับไว้นั้นเป็นเงินของผู้เสียหายมีผลเสมือนหนึ่งผู้เสียหายได้มอบหมายเงินนั้นไว้แก่จำเลย เพราะเงินค่าแหวนก็คือแทนแหวนนั้นนั่นเอง จำเลยมีหน้าที่จะต้องนำส่งให้แก่ผู้เสียหายตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๑๐ ถ้าจำเลยเบียดบังเงินตามจำนวนที่เจ้าทรัพย์กำหนดสั่งไว้นั้น เอาเป็นประโยชน์ตนหรือคนอื่นโดยทางทุจริต ก็เป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญาได้อีกสถานหนึ่งนอกจากผิดสัญญาในทางแพ่ง ส่วนข้อเท็จจริง ฟังว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอกแหวนของเจ้าทรัพย์ไปจริง

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2499

บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีหน้าที่แต่เพียงเชิญชวนแนะนำให้ผู้ร้องปิดแสตมป์ ก.ศ.ส. ในคำร้องเท่านั้น แม้จะได้ความจริงก็หาลงโทษจำเลยได้ไม่ เพราะจำเลยไม่มีหน้าที่จัดซื้อหรือทำหรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดๆ ตามความห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2497

บรรยายฟ้องว่าจำเลยฉ้อโกงและว่าจำเลยเอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียนั้น ไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2496

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยยักยอกโดยระบุวันเวลาที่จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์จากเจ้าทุกข์ เพื่อนำไปขาย ถ้าขายได้ หรือขายไม่ได้ ก็จะนำทรัพย์เหล่านั้นและเงินค่าขายมาส่งคืนภายใน 10 วัน ได้ระบุวันที่จะคืนด้วย แล้วบร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2495

ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกทรัพย์ แต่มิได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหา เป็นแต่ระบุเดือนปีที่กล่าวหาทั้งเดือน และไม่ได้บรรยายด้วยว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษาทรัพย์หรือจัดการทรัพย์อย่างใด ๆ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2495

ฟ้องบรรยายว่า "วันที่ 8 ก.พ. 93 เวลากลางวัน จำเลยกล่าวเท็จหลวงลวงโจทก์ว่า มีคนต้องการซื้อผ้า จำเลยขอรับผ้าไปถ้าขายได้จะนำเงินมาให้ ถ้าขายไม่ได้จะนำผ้ามาคืนในวันที่ 9 เดือนเดียวกัน โจทก์หลงเชื่อ จึงมอบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้