Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6782/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดก จำเลยจึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดก แต่การถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรนั้นเป็นการเฉพาะตัว บุตรของจำเลยซึ่งไม่ได้ถูกกำจัดมิให้รับมรดกย่อมสืบมรดกต่อไปได้เหมือนหนึ่งว่าจำเลยตายแล้ว ตามบทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 1607, 1639 เจ้ามรดกมีบุตร 2 คน คือโจทก์และจำเลย เมื่อจำเลยถูกกำจัดมิให้รับมรดกและบุตรของจำเลยรับมรดกแทนที่แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิรับมรดกเพียงกึ่งหนึ่ง ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายทอง ศรีบุญเรือง และนางแพง ศรีบุญเรือง เป็นบิดามารดาของโจทก์กับจำเลย ต่อมานายทองและนางแพงได้รับนายชัยณรงค์ ศรีบุญเรือง บุตรของโจทก์เป็นบุตรของนายทองและนางแพงอีกคนหนึ่ง นายทองและนางแพงมีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันโดยระบุชื่อในเอกสารสิทธิว่านางแพงเป็นเจ้าของ คือ ที่ดิน 6 แปลง นายทองถึงแก่ความตายเมื่อปี 2526 ส่วนนางแพงถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2536 โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม 2536 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2536 จำเลยกับพวกร่วมกันปลอมพินัยกรรมของนางแพงโดยระบุว่านางแพงยกทรัพย์สินทั้งหมดให้จำเลยและตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก เนื่องจากนางแพงป่วยหนักและเมื่อนางแพงถึงแก่ความตายจำเลยกับพวกประทับลายพิมพ์นิ้วมือของนางแพงลงในพินัยกรรม พินัยกรรมดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2537

จำเลยยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้น ขอให้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม และศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางแพงเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 410/2537 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2537 และวันที่ 7 เมษายน 2538 จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงที่ 3 และที่ 1 ตามลำดับเป็นของตน จำเลยจึงถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนางแพง ทรัพย์สินทั้งหมดของนางแพงจึงตกเป็นของโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมของนางแพง ฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2536 เป็นโมฆะ และให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนางแพงในที่ดินทั้งหกแปลงดังกล่าวโดยให้ที่ดินดังกล่าวตกแก่โจทก์แต่เพียงผู้เดียว และให้เพิกถอนคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกของนางแพง คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 410/2537 ของศาลชั้นต้น เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงที่ 3 และแปลงที่ 1 ระหว่างจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกับจำเลยในฐานะส่วนตัว และเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดิน ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแปลงที่ 10

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาเป็นว่า ให้พินัยกรรมของนางแพง ฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2536 ตกเป็นโมฆะ และกำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนางแพง ศรีบุญเรือง ฐานเป็นผู้ไม่สมควร เฉพาะมรดกตามเอกสารหมาย จ. 1 และให้ที่ดินทั้ง 6 แปลง ตกแก่โจทก์ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนรับมรดกของจำเลยในที่ดินแปลงที่ 3 และที่ 1

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องกันโดยต่างเป็นบุตรของนายทองกับนางแพง นายทองถึงแก่ความตายเมื่อปี 2526 ส่วนนางแพงถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2536 นางแพงมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน 6 แปลง? และพินัยกรรมตามเอกสารหมาย จ. 1 นั้นเป็นพินัยกรรมที่จำเลยกับพวกทำปลอมขึ้น จึงตกเป็นโมฆะไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมาย แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนางแพงฐานเป็นผู้ไม่สมควร เฉพาะมรดกตามพินัยกรรมนั้นได้ความจากพยานโจทก์ว่า จำเลยมีบุตรเป็นผู้สืบสันดาน ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยปลอมพินัยกรรมของนางแพงเจ้ามรดก จำเลยจึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนางแพงก็ตาม แต่การถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรนั้นเป็นการเฉพาะตัว

บุตรของจำเลยซึ่งไม่ได้ถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนางแพงย่อมสืบมรดกของนางแพงต่อไปได้เหมือนหนึ่งว่าจำเลยตายแล้วตามบทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 1607, 1639 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นางแพงเจ้ามรดกมีบุตร 2 คน คือโจทก์และจำเลย เมื่อจำเลยถูกกำจัดมิให้รับมรดก และบุตรของจำเลยรับมรดกแทนที่ดังวินิจฉัยมาแล้ว ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิรับมรดกเพียงกึ่งหนึ่ง ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ที่ดินพิพาททั้ง 6 แปลงตกแก่โจทก์เพียงกึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · วิชัย วิวิตเสวี · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายนรินทร์ ตงศิริ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายอัครศักย์ จิตธรรมมา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13129/2556

ธ. ซึ่งเป็นบุตรของ ก. และ ก. ตายพร้อมกัน ต่างไม่เป็นทายาทที่จะรับมรดกของกันและกัน เพราะในขณะที่บุคคลหนึ่งถึงแก่ความตายอีกบุคคลหนึ่งไม่มีสภาพบุคคลที่มีความสามารถที่จะมีสิทธิได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 15 และมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5052/2562

คำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดถือว่าเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ และการพิจารณาพิพากษาตามคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ ศาลจึงมีอำนาจทำคำสั่งปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5225/2561

เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและจำเลยทั้งสองบอกเลิกสัญญาแล้ว สัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการเป็นอันเลิกกัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ส่วนเงินอันจะต้องใช้คืน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7994/2561

เมื่องานที่โจทก์ทำให้จำเลยชำรุดบกพร่อง โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระหนี้นั้น ถูกต้องแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยังคงต้องวินิจฉัยให้จำเลยชำระค่าการงานที่ได้ทำใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7018/2561

มาตรา 32 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใด ให้ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้