Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัทลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ผู้ชำระบัญชีจึงตกลงประนอมหนี้กับเจ้าหนี้บางรายที่เป็นผู้ทรงเช็คโดยขอชำระหนี้ 21.2% เพื่อให้คดีอาญาที่เจ้าหนี้ตามเช็คบางรายฟ้อง กรรมการบริษัทลูกหนี้เป็นอันระงับไป ดังนี้ เมื่อเจ้าหนี้ผู้ทรงเช็คดังกล่าวรับชำระหนี้ตามข้อตกลงในการประนอมหนี้นั้น โดยรู้ถึงภาระหนี้สินล้นพ้นตัวของบริษัทลูกหนี้ย่อมถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้รับชำระหนี้โดยสุจริตตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 114 มาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511 มาตรา 30 ระบุชัดแจ้งว่ามิได้ห้ามเฉพาะการโอนทรัพย์สินเท่านั้น แต่รวมถึงการกระทำใดๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย ดังนั้น การชำระหนี้ของบริษัทลูกหนี้ตามข้อตกลงประนอมหนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามความหมายแห่งมาตราดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างบริษัทลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ให้เจ้าหนี้คืนเงินที่รับไปและให้เสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินดังกล่าวนับแต่วันศาลสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เจ้าหนี้คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยโดยมิได้กล่าวว่าให้ชำระตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด ดังนี้ เป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้ไขเพิ่มความให้ครบได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทลูกหนี้ผู้ล้มละลายยื่นคำร้องว่า นายเอาวตาร์ ซิงห์จาวลา เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็ค ๕ ฉบับ ได้ตกลงประนอมหนี้กับบริษัทลูกหนี้ โดยลูกหนี้ยอมจ่ายเงินตามเช็ค ๒๑.๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๘๐,๓๔๘ บาท เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๑๕ อันเป็นเวลาภายใน ๓ ปีก่อนผู้ชำระบัญชีร้องขอให้บริษัทลูกหนี้ล้มละลาย เป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๑๔ ขอให้สั่งเพิกถอนการชำระหนี้ดังกล่าวให้เจ้าหนี้คืนเงิน ๘๐,๓๔๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ศาลสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นายเอาวตาร์ ซิงห์จาวลา เจ้าหนี้ให้การว่า รับชำระหนี้โดยมิได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นการกระทำโดยสุจริต จะเพิกถอนไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้ตามคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้เจ้าหนี้คืนเงิน ๘๐,๓๔๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว แก่เจ้าพนักงานกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม นายเอาวตาร์ซิงห์จาวลาเจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายเอาวตาร์ซิงห์จาวลาเจ้าหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่เจ้าหนี้ผู้คัดค้านฎีกาว่า เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยสุจริต มิได้ล่วงรู้ถึงการมีหนี้สินล้นพ้นตัวของบริษัทลูกหนี้นั้น ข้อนี้นางประภา ชาญอนุเดช สมุหบัญชีบริษัทลูกหนี้เบิกความเป็นพยานเจ้าหนี้ว่านางประภาเข้าประชุมประนอมหนี้ทุกครั้งก่อนทำการประชุมทางบริษัทลูกหนี้แจกบัญชีงบดุลและบัญชีเจ้าหนี้ ลูกหนี้ให้เจ้าหนี้ผู้เข้าประชุมทุกคน เจ้าหนี้รายนี้ก็เข้าประชุมด้วย เหตุที่เจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้ ๒๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะเห็นตัวเลขแล้วว่าทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้มีไม่พอชำระหนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ความดังนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ชัดว่าเจ้าหนี้รู้ถึงภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวของบริษัทลูกหนี้แล้ว ถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้รับชำระหนี้โดยสุจริต

ส่วนฎีกาของเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ว่า กรณีนี้เป็นการชำระหนี้โดยเสร็จเด็ดขาดแล้ว มิใช่การโอนทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ อันจะต้องขอให้เพิกถอนได้นั้น ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๐ บัญญัติว่า "การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้น ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนหรือการกระทำนั้นได้ เว้นแต่ผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์จะแสดงให้พอใจศาลว่าการโอนหรือการกระทำนั้นได้กระทำโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน"

ความในมาตรานี้ระบุชัดแจ้งว่ามิได้ห้ามเฉพาะการโอนทรัพย์สินเท่านั้น แต่รวมถึงการกระทำใดๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย การชำระหนี้ของบริษัทลูกหนี้ตามข้อตกลงประนอมหนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามความหมายแห่งมาตราดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาให้เพิกถอนการชำระหนี้ชอบแล้ว ฎีกาเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง เกี่ยวกับดอกเบี้ย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอให้เจ้าหนี้ชำระนับตั้งแต่วันที่ศาลสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ แต่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้กล่าวว่าให้ชำระตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด อันเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขเพิ่มความให้ครบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน เว้นแต่เรื่องดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ผู้คัดค้านชำระนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุศล บุญยืน · ชุ่ม สุนทรชัย · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสำเนา ดิษยบุตร
ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6210/2534

จำเลยที่ 2 กู้เงินผู้คัดค้านสองจำนวน จำนวนละ 500,000 บาทจำนวนแรกไม่ได้มีหลักฐานการกู้ เพียงออกเช็ค 2 ฉบับไม่ลงวันที่มอบให้ผู้คัดค้านยึดถือจำนวนที่สองนำที่ดินพิพาท 8 แปลงมาจำนองยอมให้ถือว่าสัญญาจำนองเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2568

ตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 แต่เป็นความผิดพลาดของโจทก์ทั้งสี่เอง ที่พิมพ์เลขโฉนดที่ดินในคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719899)

โจทก์ที่ 6 พิมพ์ชื่อสกุลโจทก์ที่ 6 ในคำฟ้องจาก "จิร" ผิดพลาดเป็น "จิระ" มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยที่ศาลจะมีคำสั่งแก้ไขตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 โจทก์ที่ 6 ชอบที่จะย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ณ วันที่ 20 มีนาคม 2552 จำเลยมีหนี้ค้างชำระการใช้บัตรเครดิตแก่โจทก์จำนวน 200,042.17 บาท ซึ่งจะต้องชำระภายในวันที่ 9 เมษายน 2552 โจทก์ได้ทวงถามแล้วแต่จำเลยไม่ชำระ จำเลยจึงต้องชำระให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้