Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6758/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะฟ้องขอค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองโดยมีมูลเหตุจากการที่ จ. ขับรถบรรทุกชน ศ. บุตรโจทก์ เป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย สิทธิเรียกร้องตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการใช้สิทธิในฐานะผู้เอาประกันภัย เรียกให้จำเลยทั้งสองในฐานะผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 มิใช่นับแต่ศาลในคดีส่วนอาญามีคำพิพากษา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 65,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 เมษายน 2551 จนถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ยจำนวน 21,937.50 บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ยจำนวน 86,937.50 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 65,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติในชั้นฎีกาโดยคู่ความมิได้โต้แย้งว่า จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยทุกประเภท ตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 2 เป็นบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัยจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 10 ทวิ มีวัตถุประสงค์ให้บริการในการรับคำร้องขอและการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบภัย ตามที่บริษัทประกันภัยหรือสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยมอบหมาย

ดำเนินกิจการตามที่บริษัทประกันภัยวินาศภัยหรือสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจะได้มอบหมายตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับประกันภัยรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ยบฉ 62 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกำหนดจ่ายเงินค่าเสียหายเบื้องต้น กรณีความเสียหายต่อชีวิต 35,000 บาท ต่อหนึ่งคน ทั้งนี้จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัย 100,000 บาท กำหนดระยะเวลาคุ้มครองเริ่มต้นวันที่ 19 พฤษภาคม 2550 สิ้นสุดวันที่ 19 พฤษภาคม 2551 ตามตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2551 นายอิ๊กหรือศักย์ศรณ์

บุตรชายโจทก์ขับรถจักรยานยนต์คันที่จำเลยที่ 1 รับประกันภัยเฉี่ยวชนกับรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 95 - 4897 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายจรูญ เป็นคนขับ เป็นเหตุให้นายศักย์ศรณ์ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดวันที่ 6 เมษายน 2551 พนักงานอัยการและโจทก์กับพวกฟ้องนายจรูญต่อศาลอาญา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 90 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157 ศาลอาญาพิพากษาว่า นายจรูญมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 6 ปี คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ หลังจากนายศักย์ศรณ์ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 ได้ชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นแก่โจทก์ 35,000 บาท แต่ไม่ยอมชดใช้อีก 65,000 บาท เนื่องจากพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดของนายศักย์ศรณ์และนายจรูญ

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า คำให้การของจำเลยทั้งสองมีประเด็นข้อพิพาทว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า คำให้การของจำเลยทั้งสองให้การเพียงว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 2 ปี โดยไม่ได้ให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 2 ปี ตามสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันวินาศภัย คำให้การของจำเลยทั้งสองจึงไม่มีประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองโดยมีมูลเหตุจากนายศักย์ศรณ์บุตรชายโจทก์ขับรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์บรรทุกที่นายจรูญเป็นคนขับเป็นเหตุให้บุตรชายโจทก์ถึงแก่ความตายโดยมีคำขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับประกันภัยวินาศภัยรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุที่บุตรชายโจทก์เป็นคนขับ ซึ่งเป็นการรับประกันภัยตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถโดยผลของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ.2535 และฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 และขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินค่าเสียหาย ส่วนเกินค่าเสียหายเบื้องต้นตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถอีก 65,000 บาท มิใช่เป็นการฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามมูลละเมิดแต่อย่างใด เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดเหตุรถชนกัน แม้คำให้การของจำเลยที่ 1 จะอ้างว่าขาดอายุความเรื่องละเมิด ส่วนคำให้การของจำเลยที่ 2 จะมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 2 ปี เป็นอายุความของสิทธิเรียกร้องใดก็ตาม แต่เมื่ออ่านคำให้การของจำเลยทั้งสองแต่ละฉบับที่มีการระบุวันที่อายุความเริ่มนับแต่วันใดและถึงวันที่ขาดอายุความแล้ว

ก็พอแปลได้ว่าจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้เกี่ยวกับอายุความของสิทธิเรียกร้องที่โจทก์กล่าวในฟ้องนั่นเอง หาใช่สิทธิเรียกร้องในเรื่องอื่นไม่ ทั้งกำหนดอายุความ 2 ปี ที่จำเลยทั้งสองอ้างนั้นก็เป็นกำหนดอายุความของสิทธิเรียกร้องให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนในสัญญาประกันวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 ด้วย คำให้การของจำเลยทั้งสองที่ให้การเกี่ยวกับอายุความนั้น เป็นคำให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแห่งการนั้นแล้ว เป็นคำให้การที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง คำให้การของจำเลยทั้งสองจึงมีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอายุความว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่แล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยที่ 2 จ่ายเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท แก่โจทก์ ในวันที่ 25 เมษายน 2551 อายุความจึงสะดุดหยุดลงและเริ่มนับอายุความต่อไปเมื่อศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 นั้น เห็นว่า สิทธิเรียกร้องตามคำฟ้องของโจทก์ เป็นการใช้สิทธิในฐานะผู้เอาประกันภัยเรียกให้จำเลยทั้งสองในฐานะผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 หาใช่นับตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีอาญาดังที่โจทก์ฎีกาไม่ และไม่ว่าจะเริ่มนับอายุความนับแต่วันที่ 6 เมษายน 2551 ซึ่งเป็นวันเกิดวินาศภัย หรือเริ่มนับแต่วันที่ 25 เมษายน 2551 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 2 จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นก็ตาม ฟ้องโจทก์ก็เกินกว่ากำหนดเวลา 2 ปี ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี ประจวบลาภ · เกษม เกษมปัญญา · ชาติชาย กริชชาญชัย
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายเบญจพล อัศวัฒน์วิไกร
ศาลอุทธรณ์ - นายประทีป เหมือนเตย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.308/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ม434/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ม854/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้