Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6754/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาคือราคาที่พิพาทจำนวน162,000 บาท และค่าเสียหายอันเกี่ยวเนื่องกับที่พิพาทจนถึงวันฟ้องจำนวน 40,200 บาท รวมเป็นเงิน 202,200 บาท ซึ่งเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้เกิน 200,000 บาทจึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดินเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลหนองสาหร่ายอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทิศเหนือติดที่ดินของกองทัพบก ทิศใต้ติดที่ดินของจำเลย ทิศตะวันตกติดที่ดินของนายเจริญ มนัสสถิตย์ ทิศตะวันออกติดที่ดินของนายโป่ย(ไม่ทราบนามสกุล) ปัจจุบันเป็นของจำเลยโดยโจทก์ได้รับมาจากนาวาอากาศโทสงัด ปิตะเสน บิดาโจทก์เมื่อปี 2520 เดิมที่ดินดังกล่าวเป็นของนางน้อย สุขเกิด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2498นางน้อยได้แจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) และขายให้แก่บิดาโจทก์เมื่อปี 2509 ในราคา 6,000 บาท บิดาโจทก์ได้เข้าครอบครองและได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวจนถึงปี 2520 จึงได้ยกให้แก่โจทก์เมื่อบิดาโจทก์ซื้อมาแล้วได้มอบที่ดินให้นางน้อยเช่าทำประโยชน์ และเมื่อโจทก์ได้รับที่ดินจากบิดาโจทก์แล้วก็ได้มอบให้นางน้อยดูแลแทนเรื่อยมา

ภายหลังนางน้อยได้นำที่ดินของโจทก์ไปให้นายเทศ ปุยขุนทดเช่าปลูกข้าวโพด เมื่อนายเทศเลิกเช่าแล้วก็มีจำเลยมาขอเช่าทำประโยชน์จากนางน้อย โดยทำสัญญาเช่ากันไว้ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2533 โจทก์ได้ไปดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินในที่ดินของโจทก์จากทางราชการจึงพบว่า จำเลยได้นำที่ดินของโจทก์ไปขอออกโฉนดที่ดินแล้วเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 8341เล่ม 84 หน้า 41 เลขที่ดิน 416 หน้าสำรวจ 502ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาเนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา โดยจำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จและปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อว่าเป็นที่ดินของจำเลยและยอมออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2530 และในปี 2533 จำเลยได้บุกรุกเข้ามาล้อมรั้วในที่ดินของโจทก์ด้วย

อันเป็นการรบกวนการใช้สิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ซึ่งโจทก์อาจนำที่ดินให้ผู้อื่นเช่าได้ปีละไม่ต่ำกว่า 1,200 บาท นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยถึงวันฟ้องเป็นเวลา2 ปี 9 เดือน 15 วัน เป็นค่าเสียหาย 40,200 บาท ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 8341 เล่ม 84 หน้า 41 เลขที่ดิน 416 หน้าสำรวจ502 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาหรือเพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยให้โจทก์มีสิทธิออกหลักฐานสิทธิหรือใส่ชื่อโจทก์ลงในโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวและให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดิน และส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยตามเดิม

ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 40,200 บาท แก่โจทก์ และชดใช้ค่าเสียหายอีกวันละ 40 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องเสร็จสิ้นจำเลยให้การว่า ที่พิพาทตามฟ้องเป็นของจำเลยที่ซื้อมาจากนางส้มเกลี้ยง เชื่อวงษ์ เมื่อปี 2524 และได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาซึ่งในปี 2530 เจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยไม่เคยมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์และไม่เคยเช่าที่ดินจากนางน้อย สุขเกิด ที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์หรือนางน้อย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว เนื่องจากโจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นสมควรวินิจฉัยในปัญหาที่ว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์เกิน 200,000 บาท หรือไม่ จำเลยได้ยกขึ้นมากล่าวในคำแก้ฎีกาว่า คดีนี้ที่พิพาทมีราคาเพียง 162,000 บาท และค่าเสียหายเพียง40,200 บาท คำขอทั้งสองอย่างเป็นคนละประเภท ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาจึงต้องแยกออกจากกัน เมื่อแต่ละคำขอไม่เกิน200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง นั้นเห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาคือราคาที่พิพาทจำนวน162,000 บาท และค่าเสียหายอันเกี่ยวเนื่องกับที่พิพาทจนถึงวันฟ้องจำนวน 40,200 บาท รวมเป็นเงิน 202,200 บาท ซึ่งเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้เกิน200,000 บาท จึงหาต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งดังที่จำเลยกล่าวอ้างในคำแก้ฎีกาไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่ของโจทก์ ดังนั้น จำเลยจึงครอบครองที่พิพาทโดยไม่ได้อาศัยสิทธิของโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทิง มุลพรม · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้