Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป. และจำเลยที่ 2 ที่ 3 กับพวกรวม 8 คน เข้าหุ้นส่วนทำการขายอาหารในภัตตาคารน.โดยเช่าภัตตาคาร น. มาจากบริษัท น.ต่อมาผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าวได้ก่อตั้งบริษัทโจทก์ขึ้นโดย ป. กับจำเลยที่2 ที่ 3เป็นผู้เริ่มก่อการในการประชุมตั้งบริษัทโจทก์ครั้งแรกที่ประชุมได้มีมติให้ถือเอาสัญญาเช่าที่ ป. และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้เริ่มก่อการทำไว้กับบริษัท น. เป็นสัญญาเช่าที่ผูกพันบริษัทโจทก์และต่อมาเมื่อจำเลยที่ 1กับพวกเข้าแย่งดำเนินกิจการภัตตาคาร น. บริษัท น. ก็ได้แจ้งให้บริษัทโจทก์ทราบว่าการบุกรุกและยึดกิจการภัตตาคาร น. เป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 เท่านั้นไม่เกี่ยวกับบริษัท น. ให้บริษัทโจทก์เข้าดำเนินกิจการภัตตาคารต่อไปดุจเดิม ข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ จึงน่าเชื่อว่าบริษัทโจทก์เข้าครอบครองภัตตาคาร น. โดยสวมสิทธิการเช่าจากห้างหุ้นส่วนผู้เช่าเดิมบริษัทโจทก์จึงฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยซึ่งบุกรุกเข้าแย่งการครอบครองและเรียกค่าเสียหายได้ แม้โจทก์จะไม่มีหนังสือสัญญาเช่ากับบริษัท น. ต่อกันไว้ โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลย เพราะโจทก์ไม่ได้ฟ้องบังคับคดีเกี่ยวกับสัญญาเช่าภัตตาคาร น. แต่อย่างใด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ก่อนโจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ผู้เริ่มก่อการได้ทำสัญญาเช่าอาคารห้องอาหารนวลศรี จำกัด เพื่อดำเนินกิจการจำหน่ายอาหาร และระหว่างขอจัดตั้งบริษัทนายโปะโปย แซ่อุ่ย นายประวิทย์ เรืองดารกานนท์ และนายไต้พงษ์ แซ่หุ่น ได้เช่าส่วนหน้าของอาคารห้องอาหารนวลศรีจากบริษัทศิลป์ไทย จำกัด แล้วดัดแปลงต่อเติมเข้าด้วยกัน ใช้ชื่อร่วมกันว่า ภัตตาคารนวลศรี ต่อมาที่ประชุมบริษัทโจทก์รับโอนกิจการสิทธิและหน้าที่เข้าเป็นของบริษัทโจทก์แล้วเข้าครอบครองภัตตาคารนวลศรีตั้งแต่วันที่ 9พฤษภาคม 2513 ดำเนินกิจการต่อมาจนถึงวันที่ 8 กันยายน 2513 จำเลยที่ 1กับสามีและพวกได้บุกรุกเข้ายึดถือกิจการตลอดจนทรัพย์สินในภัตตาคารนวลศรีแล้วเข้าดำเนินการเสียเองโดยปราศจากอำนาจ และตั้งบริษัทใหม่ใช้ชื่อว่า

บริษัท ภ.ศรีบูรพา จำกัด มีจำเลยที่ 2, 3, 4 เป็นกรรมการร่วมด้วย ก่อนที่จำเลยกับพวกบุกรุก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ได้ร่วมกันปลอมแปลงสัญญาเช่าที่ผู้เริ่มก่อการของบริษัทโจทก์ได้จัดทำไว้ขึ้นใหม่ เป็นสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 และนางอาภรณ์ ชนไมตรี กรรมการบริษัทนวลศรี จำกัด กับจำเลยที่ 2, 3, 4 เพื่อเป็นมูลอ้างบุกรุกเข้ายึดกิจการของโจทก์ จำเลยที่ 2, 3, 4 ได้ร่วมจัดตั้งบริษัทภ. ศรีบูรพา จำกัด จำเลยที่ 6 ขึ้น เพื่อจะใช้นามบริษัทนี้รับโอนกิจการและทรัพย์สินของโจทก์ไป และจัดให้บริษัทจำเลยที่ 6 ทำสัญญาเช่าและครอบครองทรัพย์ดำเนินการแทนโจทก์กับบริษัทบูรพาสากลเศรษฐกิจ จำกัด โดยตรงมาแต่เดือนมีนาคม 2514 การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้บังคับขับไล่จำเลยที่ 1 ถึง 6 กับบริวารออกจากร้านอาหารภัตตาคารนวลศรี

ส่งมอบทรัพย์สินและใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจากวันฟ้องให้โจทก์จำเลยที่ 1 ถึง 6 ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ไม่เคยเช่าและไม่มีสิทธิในห้องอาหารพิพาท และต่อสู้เป็นประเด็นอื่นอีกหลายประเด็นศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม กรรมการบริษัทโจทก์มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ แต่โจทก์ไม่ได้ทำหลักฐานการเช่าภัตตาคารนวลศรีเป็นหนังสือลงลายมือชื่อโจทก์กับบริษัทนวลศรี จำกัด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 538 ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าแต่ได้ฟ้องจำเลยในมูลละเมิด โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่จำเลยทั้งหกฎีกาในปัญหาโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการเช่าและครอบครองภัตตาคารนวลศรีนั้น โจทก์มีพยานหลักฐานสัญญาเข้าหุ้นส่วนตามเอกสาร จ.7 ว่านายโปะโปย แซ่อุ่ย ประธานกรรมการบริษัทโจทก์และจำเลยที่ 2, 3กับพวกรวม 8 คน เข้าหุ้นส่วนทำการขายอาหารในภัตตาคารนวลศรี โดยเช่าภัตตาคารมาจากบริษัทนวลศรี จำกัด และผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าวได้ก่อตั้งบริษัทโจทก์ขึ้น โดยนายโปะโปยกับจำเลยที่ 2, 3 เป็นผู้เริ่มก่อการตามหนังสือบริคณห์สนธิ เอกสาร จ.8 และตามรายงานการประชุมตั้งบริษัทโจทก์ครั้งแรกตามเอกสาร จ.12 ที่ประชุมลงมติให้ถือเอาสัญญาเช่าที่นายโปะโปยและจำเลยที่ 2, 3 ผู้เริ่มก่อการทำไว้กับบริษัทนวลศรี จำกัด เป็นสัญญาเช่าที่ผูกพันบริษัทโจทก์กับมีเอกสาร จ.14, 15 อันเป็นบันทึกประจำวันที่นายโปะโปยกับพวกแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าจำเลยที่ 1 กับบริวารเข้ามาแย่งดำเนินกิจการภัตตาคารนวลศรี และตามเอกสาร

จ.19 บริษัทนวลศรี จำกัด แจ้งให้บริษัทโจทก์ทราบว่าการบุกรุกและยึดกิจการภัตตาคารนวลศรีเป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับบริษัทนวลศรี จำกัด ให้บริษัทโจทก์เข้าดำเนินกิจการภัตตาคารต่อไปดุจเดิม ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า โจทก์เข้าครอบครองภัตตาคารนวลศรีโดยสวมสิทธิการเช่าจากห้างหุ้นส่วนผู้เช่าเดิม มิใช่หุ้นส่วนเดิมเป็นผู้เช่าอยู่ดังที่จำเลยฎีกา โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้ขับไล่จำเลยซึ่งบุกรุกเข้าแย่งการครอบครองและเรียกค่าเสียหายหาได้ฟ้องบังคับคดีเกี่ยวกับการเช่าภัตตาคารนวลศรีแต่อย่างใดไม่ แม้โจทก์จะไม่มีหนังสือสัญญาเช่ากับบริษัทนวลศรี จำกัดต่อกันไว้ โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร ฟักทองพรรณ · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้