Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ร. และจำเลยที่ 2 นำเช็คพิพาทซึ่งจำเลยทั้งสองเป็นผู้สั่งจ่ายไปแลกเงินสดจากโจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาในฐานะผู้รับเงินตามเช็ค จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 904 จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเช็ค ซึ่งเป็นตั๋วเงินประเภทหนึ่ง ย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น ตามมาตรา 900 ศาลต้องเลื่อนคดีเพราะพยานจำเลยปากหนึ่งไม่มาศาลถึง 6 ครั้ง เนื่องจากพยานไม่เต็มใจมาเบิกความโดยพยานหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับหมาย พยานเคยมีหนังสือแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่า พยานไม่เคยเกี่ยวข้องกับจำเลยและไม่ทราบว่าจำเลยจะอ้างเป็นพยานในประเด็นข้อใด แสดงว่าพยานปากนี้อาจจะมิใช่ผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงในคดีก็ได้ ทั้งไม่ปรากฏจากคำแถลงหรือข้อนำสืบของจำเลยว่าพยานดังกล่าวเป็นพยานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีที่จะนำสืบอย่างไรฉะนั้นการที่จะให้ได้ตัวพยานปากนี้มาเบิกความนอกจากจะทำให้คดีต้องล่าช้าแล้ว คำเบิกความของพยานน่าจะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยแต่อย่างใด พยานดังกล่าวจึงเป็นพยานที่ประวิงให้ชักช้าแม้การที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความจะมิใช่ความผิดของจำเลย ศาลก็มีอำนาจที่จะงดสืบพยานเช่นว่านั้นเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรค 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นางสาวรสสุคนธ์ได้นำเช็คซึ่งจำเลยทั้งสองลงชื่อสั่งจ่ายเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ได้ลงวันที่มาแลกเงินจากโจทก์ นางสาวรสสุคนธ์และจำเลยที่ ๒ ตกลงให้โจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒ เมื่อถึงกำหนดวันดังกล่าว โจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ จำเลยทั้ง ๒ มอบเช็คพิพาทให้นางสาวรสสุคนธ์เพื่อใช้ประกันหนี้บุคคลอื่น แต่นางสาวรสสุคนธ์มิได้นำเช็คพิพาทไปใช้ตามข้อตกลงดังกล่าว โจทก์รับโอนเช็คพิพาทโดยไม่สุจริต เพราะโจทก์ทราบว่านางสาวรสสุคนธ์ไม่มีสิทธิจะโอนเช็คพิพาทให้โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาเนื่องจากนางสาวรสสุคนธ์และจำเลยที่ ๒ นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาในฐานะผู้รับเงินตามเช็ค จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๔ และคดีฟังไม่ได้ว่าการโอนเช็คพิพาทดังกล่าวมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลดังที่จำเลยฎีกา จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทซึ่งเป็นตั๋วเงินประเภทหนึ่ง ย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบนายมนูญ สืบพงษ์ พยานจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการที่ไม่ได้พยานดังกล่าวมาเบิกความมิใช่ความผิดของจำเลยนั้น

พิเคราะห์แล้วได้ความว่าในการสืบพยานจำเลยทุกครั้ง ศาลต้องเลื่อนคดีเพราะพยานปากนี้ไม่มาศาลถึง ๖ ครั้ง ครั้งแรกจำเลยอ้างว่าพยานไม่มาศาล ครั้งที่สองจำเลยแถลงว่าพยานไม่ยอมรับหมาย ครั้งที่สามจำเลยแถลงว่าพยานไม่มา ทราบว่าพยานไม่เต็มใจมาศาล ครั้งที่สี่จำเลยแถลงว่าพยานไม่ยอมรับหมาย ขอให้ศาลออกหมายจับ ครั้งที่ห้าจำเลยแถลงว่ายังไม่ได้ตัวพยานมาศาลตามหมายจับ ครั้งที่หกก็ยังไม่ได้ตัวพยานมาศาลชั้นต้นจึงสั่งตัดพยานปากนี้แล้วพิพากษาในวันเดียวกัน เห็นว่าที่นายมนูญพยานปากนี้ไม่มาศาล เนื่องจากไม่เต็มใจมาเบิกความเป็นพยานโดยพยานหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับหมาย และเคยมีหนังสือถึงศาลชั้นต้น แจ้งให้ทราบว่าตนเองไม่เคยเกี่ยวข้องกับจำเลยทั้งสองและไม่ทราบว่าจำเลยจะอ้างเป็นพยานในประเด็นข้อใด

แสดงว่าพยานปากนี้อาจจะมิใช่ผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงในคดีก็ได้ ทั้งไม่ปรากฏจากคำแถลงหรือข้อนำสืบของจำเลยว่านายมนูญเป็นพยานสำคัญเกี่ยวพันกับประเด็นแห่งคดีที่จะนำสืบอย่างไร ฉะนั้นการที่จะให้ได้ตัวพยานปากนี้มาเบิกความนอกจากจะทำให้คดีล่าช้าแล้ว คำเบิกความของพยานน่าจะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยแต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่าพยานที่จำเลยจะนำสืบดังกล่าวเป็นพยานที่ประวิงให้ชักช้า แม้การที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความจะมิใช่ความผิดของจำเลยก็ตามศาลก็มีอำนาจที่จะงดสืบพยานเช่นว่านั้นเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรคสอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · สุวัฒน์ รัตรสาร · นิยม ติวุตานนท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอากาศ บำรุงชีพ
ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้