Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6729/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยแถลงต่อศาลในคดีอาญา ขอให้สัญญาแก่ผู้เสียหายว่าจะนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้เสียหายภายใน 3 เดือนโดยขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไป และผู้เสียหายก็แถลงรับต่อศาลว่า หากจำเลยสามารถปฏิบัติได้ตามที่ให้สัญญา ผู้เสียหายก็จะถอนคำร้องทุกข์และไม่เรียกร้องหนี้จำนวนใดอีก ดังนี้คำแถลงของผู้เสียหายเป็นเพียงการให้คำมั่นต่อศาลมิได้สนองรับคำเสนอของจำเลยแต่อย่างใดและเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลจะนำมาใช้ประกอบดุลพินิจในการเลื่อนคดีออกไปตามที่จำเลยแถลง คำแถลงของจำเลยและผู้เสียหายในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงไม่ถือว่าเป็นการยอมความตามกฎหมาย แม้ต่อมาผู้เสียหายจะได้นำเอาข้อเท็จจริงตามรายงานกระบวนพิจารณาไปอ้างในการยื่นฟ้องคดีแพ่งและได้ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องคดีแพ่งไปโดยอ้างเหตุผลว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยในมูลหนี้เดิมซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับหนี้ตามเช็คในคดีนี้เพื่อแสดงว่าสิทธิเรียกร้องทางแพ่งของผู้เสียหายยังไม่ขาดอายุความก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยย่อมฟังได้แต่เพียงว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีแพ่งเท่านั้น สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงยังหาได้ระงับไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)สาขาแพร่ จำนวน 2 ฉบับ มอบให้แก่นางจุรีรัตน์ อเนกศิริกุล ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อทองรูปพรรณ เมื่อเช็คถึงกำหนดธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับโดยให้เหตุผลว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" ทั้งนี้ โดยจำเลยออกเช็คทั้งสองฉบับโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเหตุเกิดที่ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งจำเลยในคดีนี้เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 483/2541 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 483/2541 ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 กระทงแรก จำคุก 5 เดือน กระทงที่สอง จำคุก 1 ปี รวมจำคุก1 ปี 5 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน 15 วัน

ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 483/2541ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีดังกล่าวศาลยังมิได้มีคำพิพากษาจึงให้ยกคำขอในส่วนนี้เสียจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษกระทงแรกจำคุก 1 เดือน กระทงที่สอง จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 3 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ได้ระงับไปเพราะมีการยอมความกันแล้วจริงหรือไม่

จำเลยฎีกาว่าการที่จำเลยให้สัญญากับผู้เสียหายว่าจะขอชำระหนี้เพียง 110,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายภายใน3 เดือน และผู้เสียหายแถลงว่าหากจำเลยนำเงินจำนวน 110,000 บาทมาชำระให้แก่ผู้เสียหายภายใน 3 เดือน ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์และถ้าจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนก็จะไม่ติดใจเรียกร้องหนี้ตามเช็คเกินกว่าจำนวนที่จำเลยเสนอซึ่งศาลได้จดรายงานกระบวนพิจารณา โดยจำเลยและผู้เสียหายลงลายมือชื่อไว้ ถือว่าเป็นคำเสนอของจำเลย และผู้เสียหายได้มีคำสนองรับคำเสนอของจำเลยแล้วและต่อมาผู้เสียหายได้นำคำเสนอของจำเลยในรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวไปใช้กล่าวอ้างและถือเอาประโยชน์โดยนำไปยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเรียกให้จำเลยชำระเงินในมูลหนี้เดียวกันกับเช็คตามฟ้องคดีนี้และต่อมาผู้เสียหายได้ถอนฟ้องคดีแพ่งดังกล่าวโดยอ้างเหตุผลว่าไม่ประสงค์ดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไป

ย่อมถือเป็นการยอมความโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว นั้น เห็นว่า การยอมความคือการตกลงระงับคดีอาญาที่มีต่อกัน การที่จำเลยแถลงต่อศาลว่าขอให้สัญญาแก่ผู้เสียหายว่าจะนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้เสียหายภายใน3 เดือน โดยขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปและผู้เสียหายก็แถลงต่อศาลรับว่าหากจำเลยสามารถปฏิบัติได้ตามที่ให้สัญญา ผู้เสียหายก็จะถอนคำร้องทุกข์และไม่เรียกร้องหนี้จำนวนใดแก่ผู้เสียหายอีก เห็นได้ชัดว่าผู้เสียหายมิได้สนองรับคำเสนอของจำเลยแต่อย่างใด เพียงแต่ให้คำมั่นต่อศาลว่า ถ้าจำเลยสามารถปฏิบัติได้ตามที่ให้สัญญาผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์และไม่เรียกร้องหนี้ส่วนที่ยังขาดอยู่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นนำมาประกอบดุลพินิจในการเลื่อนคดีออกไปตามที่จำเลยแถลง

เพราะจำเลยกับผู้เสียหายอาจตกลงยอมความกันได้ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไป โดยไม่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยมีความผิดและพิพากษาลงโทษจำเลย ซึ่งจะก่อให้เกิดผลที่ดีแก่ทั้งผู้เสียหายและจำเลยคำแถลงของจำเลยและผู้เสียหายในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นการยอมความกันตามกฎหมายแม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าต่อมาผู้เสียหายได้นำเอาข้อเท็จจริงตามรายงานกระบวนพิจารณามาอ้างในการยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าซื้อทองรูปพรรณจำนวนเดียวกับหนี้ตามเช็คคดีนี้และได้ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องคดีแพ่งดังกล่าวไป โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลย ก็เป็นเรื่องการฟ้องร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิม ซึ่งยังมิได้ระงับไปเพราะการออกเช็คตามฟ้องทั้งสองฉบับ และกล่าวอ้างข้อเท็จจริงในส่วนคำแถลงของจำเลยเพื่อแสดงถึงสิทธิเรียกร้องทางแพ่งของผู้เสียหายที่ยังไม่ขาดอายุความเพราะจำเลยได้สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา หรืออายุความ และการรับสภาพความรับผิด

มิใช่เป็นพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายยอมตกลงรับคำเสนอของจำเลยโดยไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยและการที่ผู้เสียหายยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องคดีแพ่งดังกล่าวโดยอ้างเหตุผลว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย ย่อมฟังได้แต่เพียงว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีแพ่งในคดีดังกล่าวแก่จำเลยเท่านั้น กรณีจึงถือไม่ได้ว่ามีการยอมความกันแล้วตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ จึงยังหาได้ระงับไป ดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2568

การยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้