คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลย โดยอ้างว่ายังมิได้แบ่งกัน จำเลยต่อสู้ว่า ทรัพย์ที่ฟ้องบิดามารดาได้ยกให้จำเลยนานแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม จึงไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุม จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริง แล้วพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่นาให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ถ้าแบ่งที่ดินไม่ตกลงกัน ก็ให้ประมูลหรือขายทอดตลาด ฯลฯ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อว่าฟ้องเคลือบคลุมหรือโจทก์ไม่เคลือบคลุม ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยชอบที่จะฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉะบับแรกนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาแล้วก็ฎีกาได้ แต่จำเลยไม่ฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมจึงถึงที่สุด เป็นอันยุติ จำเลยจะหลับรื้อฟื้นมาฎีกาในชั้นนี้อีกไม่ได้ ข้อระบุพยานก็ปรากฎว่า จำเลยยื่นระบุพยานวันที่ ๑ ซึ่งวันนัดพิจารณาสืบพยานไว้ในวันที่ ๔ จำเลยระบุพยานไม่ก่อนวันสืบพยาน ๓ วันเต็ม ศาลชั้นต้นไม่รับระบุพยานจำเลยเป็นการชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน