Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6681/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของกฎหมายในกรณีที่ไม่ปรากฏชัดว่าเจ้าของรวมแต่ละคนมีส่วนคนละเท่าใดเท่านั้น จึงให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมแต่ละคนมีส่วนเท่ากัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทต่างแบ่งแยกครอบครองที่ดินกันเป็นส่วนสัด ย่อมแสดงให้เห็นว่าต่างประสงค์ที่จะยึดถือที่ดินส่วนที่ตนครอบครองเป็นของตนจึงไม่อาจนำข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวมาใช้บังคับได้ การที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินร่วมกันก็ไม่ใช่ข้อที่จะฟังว่าจำเลยมิได้ครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด กรณีต้องแบ่งที่ดินพิพาทตามส่วนที่แต่ละคนครอบครอง โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่ง แต่พิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง ศาลย่อมพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2) ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 43642 โจทก์ประสงค์จะรังวัดแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวออกเป็น 2 แปลง เท่า ๆ กัน โดยแบ่งเป็นแปลงทิศตะวันตกและทิศตะวันออก โจทก์ให้จำเลยไปดำเนินการยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปยื่นคำขอรังวัดที่ดินและจดทะเบียนแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมที่ดินดังกล่าวเป็นจำนวนเนื้อที่ 2188 ในจำนวน 4376 ส่วน โดยให้มีรูปที่ดินตามแผนที่สังเขปเอกสารท้ายฟ้อง และให้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรังวัดคนละครึ่ง หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์และจำเลยได้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัดแน่นอนก่อนที่จะขอออกโฉนดแล้ว

ถ้าจะแบ่งกรรมสิทธิ์ก็ต้องแบ่งตามส่วนสัดที่แต่ละฝ่ายได้ครอบครอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยไปรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 43642 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์ได้ที่ดินทางด้านทิศใต้มีแนวเขตที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยกึ่งกลางร่องน้ำตามรูปแผนที่เอกสารหมาย ล.2 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมดังกล่าว ให้โจทก์และจำเลยออกกันคนละกึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ไปดำเนินการรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 จะให้สันนิษฐานไว้ก่อนวาผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากันก็เป็นแต่เพียงข้อสันนิษฐานของกฎหมายในกรณีที่ไม่ปรากฏชัดว่า

เจ้าของรวมแต่ละคนมีส่วนคนละเท่าใดเท่านั้นจึงจะให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมแต่ละคนมีส่วนเท่ากันแต่เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ปรากฏชัดแล้วว่าโจทก์และจำเลยต่างแบ่งแยกครอบครองที่ดินพิพาทกันเป็นส่วนสัดย่อมแสดงให้เห็นว่าโจทก์และจำเลยต่างประสงค์ที่จะยึดถือที่ดินส่วนที่ตนครอบครองเป็นของตนจึงไม่อาจนำข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวแล้วมาใช้บังคับได้ การที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินร่วมกันไม่ใช่ข้อที่จะฟังว่าจำเลยมิได้ครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่โจทก์ฎีกา กรณีต้องแบ่งที่ดินพิพาทตามส่วนที่แต่ละคนครอบครองตามแผนที่สังเขปเอกสารหมาย ล.2 กล่าวคือโจทก์ได้ที่ดินทางด้านทิศใต้ที่โจทก์ครอบครองส่วนจำเลยได้ที่ดินทางด้านทิศเหนือที่จำเลยครอบครองโดยมีร่องน้ำเป็นแนวเขต

ไม่อาจแบ่งเป็นแปลงทิศตะวันออกและทิศตะวันตกให้มีเนื้อที่เท่ากันตามที่โจทก์ขอได้ และการที่ศาลพิพากษาให้แบ่งที่ดินดังกล่าวไม่เกินคำขอของโจทก์เพราะโจทก์ขอแบ่งที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่ง แต่พิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่งศาลย่อมพิพากษาให้โจทกได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2) ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย จาตุรงคกุล · เหล็ก ไทรวิจิตร · กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้