Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กล่าวในคำฟ้องเกี่ยวกับการที่โจทก์ยึดรถยนต์ซึ่งให้จำเลยที่ 1 เช่าซื้อคืนมาได้ในสภาพเสียหายมาก เนื่องจากใช้โดยปราศจากความระมัดระวังเยี่ยงวิญญูชน โจทก์นำรถยนต์ดังกล่าวออกให้ผู้อื่นเช่าซื้อไปในราคา 460,000 บาท ยังขาดราคาค่าเช่าซื้ออยู่อีก 295,416 บาท โจทก์เรียกค่าเสียหายส่วนนี้จากผู้เช่าซื้อตามสัญญาข้อ 9 เป็นคำฟ้องที่บังคับให้ผู้เช่าซื้อชำระราคาค่าเช่าซื้อส่วนที่ขาดอยู่ โดยอาศัยสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 แม้มิได้บรรยายถึงว่า รถยนต์ที่ยึดคืนมาได้มีสภาพชำรุดเสียหายอย่างใด ก็ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม เพราะข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ใช่สภาพแห่งข้อหาไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2528จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุก หมายเลขเครื่องเอ็น อี 6-000050 ของโจทก์ไป 1 คัน ในราคา 837,000 บาท ชำระเงินวันทำสัญญา 60,000 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็น 36 งวด จำเลยที่ 3และที่ 4 เป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 และที่ 2โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 และที่ 2 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ตั้งแต่งวดที่ 2 ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2528 เป็นต้นไปซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อได้กำหนดไว้ให้สัญญาเลิกกันทันที โดยมิจำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ติดตามยึดรถยนต์คืนมาได้เมื่อวันที่12 มกราคม 2529 ปรากฏว่ารถยนต์อยู่ในสภาพเสียหายมาก เนื่องจากการใช้โดยปราศจากความระมัดระวังเยี่ยงวิญญูชน

โจทก์ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวออกให้เช่าซื้อแก่ผู้มีชื่อไปในราคา 460,000 บาทจึงขาดราคาค่าเช่าซื้ออยู่อีก 295,416 บาท และการที่จำเลยไม่ส่งมอบรถยนต์คืนให้โจทก์ทันทีที่สัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์นั้น เพราะหากจำเลยที่ 1และที่ 2 ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์สามารถนำออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 20,000 บาท ค่าเสียหายตั้งแต่วันที่ 10พฤษภาคม 2528 ถึงวันที่โจทก์ยึดรถยนต์คืนมาได้เป็นเวลา 8 เดือนแต่โจทก์ขอคิดเพียง 5 เดือน เป็นเงิน 100,000 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะต้องรับผิดทั้งสิ้น 395,416 บาท จำเลยที่ 3และที่ 4 ผู้ค้ำประกันจึงต้องร่วมรับผิดด้วย

โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยทั้งสี่ชำระค่าเสียหายแล้ว จำเลยทั้งสี่เพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 395,416 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบแปดต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การและแก้ไขคำให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายถึงสภาพชำรุดเสียหายของรถยนต์ที่เช่าซื้อว่าชำรุดเสียหายอย่างใดทำให้จำเลยทั้งสี่ไม่สามารถต่อสู้คดีได้ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง เนื่องจากโจทก์สามารถให้เช่าซื้อรถยนต์ได้ในราคาที่สูงกว่านี้มาก เพราะรถยนต์มีสภาพดีการที่โจทก์ให้เช่าซื้อไปในราคาดังกล่าวเป็นความผิดของโจทก์เอง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในราคาส่วนที่ขาดอยู่ นอกจากนี้จำเลยได้วางมัดจำและชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ไปแล้วรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 81,584 บาทถือว่าเป็นค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับไปพอสมควรแล้ว จึงไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายอื่นอีก

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 130,416 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสี่ประการแรกว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่เห็นว่า โจทก์กล่าวในคำฟ้องเกี่ยวกับที่โจทก์ยึดรถยนต์ที่ให้จำเลยที่ 1 เช่าซื้อคืนมาได้ในสภาพเสียหายมากเนื่องจากการใช้โดยปราศจากความระมัดระวังเยี่ยงวิญญูชน โจทก์นำรถยนต์ดังกล่าวออกให้ผู้มีชื่อเช่าซื้อไปในราคา 460,000 บาท ยังขาดราคาค่าเช่าซื้ออยู่อีก 295,416 บาท โจทก์เรียกค่าเสียหายส่วนนี้จากผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 เป็นคำฟ้องบังคับให้ผู้เช่าซื้อชำระราคาค่าเช่าซื้อส่วนที่ยังขาดอยู่โดยอาศัยสัญญาเช่าซื้อข้อ 9แม้มิได้บรรยายถึงว่า รถยนต์ที่ยึดคืนมาได้มีสภาพชำรุดเสียหายอย่างใด ก็ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม เพราะข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ใช่สภาพแห่งข้อหาไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้