Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าซึ่งมีค่าเช่าเดือนละ 95 บาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเว้นแต่จะมีการรับรองหรืออนุญาตให้อุทธรณ์ได้.จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งไม่อาจทำให้จำเลยชนะคดีได้ ย่อมไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย.ผู้อุทธรณ์มีหน้าที่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับอุทธรณ์ซึ่งต้องห้าม และศาลอุทธรณ์พิพากษายก ก็เป็นความบกพร่องของผู้อุทธรณ์เอง.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเช่าห้องพิพาทของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัย ค่าเช่าเดือนละ 95 บาท ได้ผิดสัญญา ยอมให้จำเลยที่ 2เข้าอยู่ในห้องพิพาทโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์เป็นลายลักษณ์อักษรโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้ขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 ได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้วว่าขอให้จำเลยที่ 2 อยู่ในห้องพิพาท และจำเลยที่ 2 กับบริวารได้อยู่ในห้องพิพาทมา 2 ปีเศษ โดยโจทก์มิได้ทักท้วง ถือได้ว่าโจทก์ยินยอมห้องพิพาทเป็นเคหะ โจทก์ขับไล่จำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ 1 ผิดสัญญา เพราะให้จำเลยที่ 2เข้าอยู่ในห้องพิพาทโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์เป็นลายลักษณ์อักษรทั้งโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่า และจำเลยที่ 1 ก็ออกไปจากห้องพิพาทแล้ว จึงมิใช่ผู้ใช้ประโยชน์ในการเช่าห้องเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนจำเลยที่ 2 มิใช่คู่สัญญากับโจทก์ ไม่มีสิทธิอยู่ในห้องพิพาทพิพากษาขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า

จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และบางข้อไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย เป็นอุทธรณ์ต้องห้ามตามกฎหมายพิพากษาให้ยกอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาข้อ 5 ซึ่งจำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยอย่างคดีแพ่งสามัญ แต่ศาลอุทธรณ์ว่าเป็นอุทธรณ์ต้องห้าม ขัดแย้งกันอยู่การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ จำเลยจึงไม่มีโอกาสที่จะขอให้รับรองในปัญหาข้อเท็จจริง ทำให้เสียสิทธิอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าซึ่งมีค่าเช่าเดือนละ 95 บาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ หรือยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งสัญญาเช่าคดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับอุทธรณ์มา ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะไม่วินิจฉัยได้ ปัญหาที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 2ได้รับอนุญาตให้อยู่ในห้องพิพาทโดยปริยาย และจำเลยที่ 1 ยังไป ๆ มา ๆ ถือไม่ได้ว่า ออกไปจากห้องของโจทก์แล้วนั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านั้นคู่ความรับกันว่า

จำเลยที่ 1 เข้าอยู่อาศัย จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ 1 ออกจากห้องพิพาทไปแล้ว และจำเลยที่ 2 เข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิจำเลยที่ 1 ยกพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ เป็นข้ออ้างไม่ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยจึงไม่เป็นสาระอันควรวินิจฉัย เพราะไม่เป็นเหตุให้จำเลยชนะคดีได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยมีหน้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมาย การที่จำเลยเพียงแต่อุทธรณ์ขึ้นไปเฉย ๆ โดยไม่แสดงให้ปรากฏว่า จะให้มีการรับรองอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงก็ดี และการที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยเฉย ๆ โดยไม่ได้รับรองให้จำเลยอุทธรณ์ให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงก็ดีเหล่านี้เกิดจากการดำเนินกระบวนพิจารณาของจำเลยเองในเบื้องต้นเมื่อไม่ได้ผลตามที่ต้องการ จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นความบกพร่องของผู้อื่น หากแต่เป็นความผิดพลาดบกพร่องของจำเลยเอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้