Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6666/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดิน น.ส.3 ก. เป็นทรัพย์สินของ ส.ซึ่งเป็นบุตรของม.ที่เกิดกับสามีคนเดิม ส่วนโจทก์เป็นบุตรของม.กับสามีคนใหม่จำเลยที่ 1 เป็นบุตรของอ.กับ สามีเดิมของม. จำเลยที่ 2 และที่ 3เป็นบุตรของจำเลยที่ 1ส.ถึงแก่ความตายโดยไม่มีบุตรและภริยา และศาลมีคำสั่งตั้งม.เป็นผู้จัดการมรดกของส. ม.ได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยเสน่หาเมื่อปรากฏว่า ส. ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1การมีชื่อใน น.ส.3 ก. ของโจทก์โดยรับโอนให้มาโดยเสน่หาจาก ม. ผู้จัดการมรดกของส. แต่มิได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งต่างกับจำเลยที่ 1 ที่ได้ยึดถือที่ดินที่ได้รับการยกให้โดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน จำเลยที่ 1จึงได้ไปซึ่งสิทธิครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 และมาตรา 1369การกระทำของจำเลยทั้งสามที่ตัดฟันต้นยางพารา ซึ่งเป็น ไม้ยืนต้นซึ่งเป็นส่วนควบกับที่ดินของจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 145 จึงหาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามและบุคคลอื่น ๆ ได้ตัดโค่นต้นยางพาราของโจทก์ที่ปลูกอยู่บนที่ดินของโจทก์จนหมด แล้วนำไปขายให้แก่บุคคลภายนอกอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระเงิน 800,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินและต้นยางพาราที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสาม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 400,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า

เดิมที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 88ตำบลทุ่งเตา อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมต้นยางพาราพิพาท เป็นทรัพย์สินของนายสง่า นาคกุลหรือนาคสกุล ซึ่งเป็นบุตรของนางม้อย สุวิสุทธิ์ ที่เกิดกับนายสรวง นาคสกุล สามีคนเดิมส่วนโจทก์เป็นบุตรของนางม้อยกับนายเต้ง สุวิสุทธิ์ สามีคนใหม่ จำเลยที่ 1 เป็นบุตรของนางอิ่มกับนายสรวง นาคสกุล จำเลยที่ 2 และที่ 3เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 วันที่ 30 กันยายน 2532 นายสง่าถึงแก่ความตายโดยไม่มีบุตรและภริยา วันที่ 4 มีนาคม 2534ศาลมีคำสั่งตั้งนางม้อยเป็นผู้จัดการมรดกของนายสง่าวันที่ 4 กรกฎาคม 2534 นางม้อยขอออกใบแทน น.ส.3 ก.เลขที่ 88 แล้วจดทะเบียนโอนรับมรดกเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2534วันที่ 28 พฤศจิกายน 2534 จดทะเบียนโอนให้โจทก์โดยเสน่หาคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามประเด็นแห่งคดีว่า ที่ดินพิพาทตามน.ส.3 ก.

เลขที่ 88 ที่จำเลยทั้งสามโต้แย้งว่าเป็นของจำเลยที่ 1 นั้น เป็นที่ดินของโจทก์มีสิทธิครอบครองหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ตามทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ว่านายสง่ายกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 จึงมิได้เก็บ น.ส.3 ก.ไว้ที่บ้านนางม้อย การมีชื่อใน น.ส.3 ก. ของโจทก์โดยรับโอนให้มาโดยเสน่หาและมิได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินซึ่งต่างกับจำเลยที่ 1 ที่ได้ยึดถือที่ดินที่ได้รับการยกให้โดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน จำเลยที่ 1 จึงได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 และมาตรา 1369 ส่วนการกระทำของจำเลยทั้งสามที่ตัดฟันต้นยางพาราซึ่งเป็นไม้ยืนต้นซึ่งเป็นส่วนควบกับที่ดินของจำเลยที่ 1ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 145 จึงหาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีนัส เรืองอำพัน · กู้เกียรติ สุนทรบุระ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้