คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจการร้องทุกข์ซึ่งจำเลยได้ฎีกาขึ้นมาว่าเลขานุการของสำนักงานอาคารสงเคราะห์ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. 2485 มาตรา 6 บัญญัติว่าให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลและดำเนินกิจการโดยทั่วไปของสำนักงานอาคารสงเคราะห์และ มาตรา 11 บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการและวิธีการอันคณะกรรมการพึงดำเนินเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงลงวันที่ 5 ตุลาคม 2485 ข้อ 1 มีความว่า ในการดำเนินกิจการงานในอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอาคารสงเคราะห์กรรมการสองนายหรือเลขานุการซึ่งได้รับมอบหมายจากกรรมการสองนายมีอำนาจลงนามในเอกสารผูกพันสำนักงานได้
นายปกรณ์ อังศุสิงห์ เป็นเลขานุการได้รับมอบอำนาจจากกรรมการสองนายให้มีอำนาจในการลงนามแทนกรรมการทั้งสองในเอกสารผูกพันสำนักงานได้ ตามใบมอบอำนาจหมาย จ.1 ประกอบด้วยกฎกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ฉะนั้น นายปกรณ์ในฐานะเลขานุการผู้ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการของสำนักงานอาคารสงเคราะห์จึงเป็นผู้แทนสำนักงานอาคารสงเคราะห์มีอำนาจร้องทุกข์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) ส่วนปัญหาเรื่องการร้องทุกข์ในคดีความผิดฐานยักยอก ซึ่งต้องร้องทุกข์ ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ต้องถือว่าสำนักงานอาคารสงเคราะห์ทราบการกระทำผิดของจำเลย เมื่อวันที่คณะกรรมการสอบสวนรายงานผลให้ นายปกรณ์ อังศุสิงห์ เลขานุการทราบ ไม่ใช่วันที่นายสาธิต คงสวัสดิ์ รายงานให้นายประสิทธิ์ เก่งเรียนทราบเพราะนายประสิทธิ์ เก่งเรียน เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอาคารสงเคราะห์เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ที่มีอำนาจดำเนินการแทนสำนักงานอาคารสงเคราะห์และขณะนั้นก็ยังไม่ทราบแน่นอนว่าจำเลยจะยักยอกเงินไปจริงหรือไม่พิพากษายืน