Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (1) - (5) คดีนี้ผู้ร้องอุทธรณ์อ้างเหตุขัดข้องที่ทำให้ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในทำนองว่า หากผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ออกคำบังคับให้ผู้คัดค้านทั้งสองเข้ารับโอนหุ้นของบริษัท ม. ภายหลังจากบริษัท ม. ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แม้ยังอยู่ในระยะเวลาที่กฎหมายให้สิทธิผู้ร้องขอให้ศาลออกคำบังคับให้ผู้คัดค้านรับโอนหุ้นบริษัท ม. จากผู้ร้อง ผู้ร้องก็ไม่อาจดำเนินการโอนหุ้นบริษัท ม. ให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองได้ เพราะอำนาจจัดการทรัพย์สินของบริษัท ม. ตกอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องดังกล่าว ไม่เข้าเหตุยกเว้นตาม มาตรา 45 (1) ถึง (5) จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม มาตรา 45 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทกองทุนรวมตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุนรวม มีวัตถุประสงค์ให้การสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้าร่วมลงทุนและให้ผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนจากการลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุน ต่อมาเมื่อระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ร้องสิ้นสุดลงมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด เป็นผู้ชำระบัญชี ผู้ร้องได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาทว่า บริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีนายพัฒนา ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นกรรมการ

ผู้มีอำนาจกระทำการแทนและนางอำไพ ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้นหลักของบริษัท เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 ผู้ร้องและบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับผู้คัดค้านทั้งสองทำสัญญาร่วมลงทุนและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น โดยบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ร้อง จำนวน 109,999 หุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นค่าหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุน 10,999,900 บาท มีเงื่อนไขว่าบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และผู้คัดค้านทั้งสอง มีหน้าที่ปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติ คือรักษาอัตราส่วนหนี้ต่อทุนของบริษัทให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3 ต่อ 1 และจะไม่เปลี่ยนแปลงผู้สอบบัญชีของผู้บริหารของบริษัทแมคคอนฟิล

อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รวมทั้งปรับโครงสร้างขององค์กร เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ร้อง อีกทั้งต้องดำเนินการแปรสภาพบริษัทและจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน โดยเสนอขายหุ้นสามัญต่อผู้ร้องและประชาชนโดยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์ Market for Alternative investment MAI ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2549 หากบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ไม่สามารถระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนหรือไม่สามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์อื่นใด บริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และผู้คัดค้านทั้งสองตกลงให้ผู้ร้องมีสิทธิที่จะขายหุ้นของบริษัทแมคคอนฟิล

อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ผู้ร้องถืออยู่ทั้งหมดในเวลานั้นให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 และผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ตกลงที่จะซื้อหุ้นดังกล่าวที่ผู้ร้องถืออยู่ทั้งหมดพร้อมทั้งชำระราคาจนครบถ้วนภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2550 ทั้งนี้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ตกลงที่จะซื้อหุ้นคืนในราคาที่สูงกว่าระหว่างมูลค่าตามบัญชีของงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีของบริษัทรับรองแล้วหรือตามราคาที่ผู้ร้องเข้าร่วมลงทุนบวกด้วยจำนวนเงินที่รวมแล้วทำให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของผู้ร้องเป็นร้อยละ 10 ต่อปี คำนวณจนถึงวันซื้อหุ้นคืน โดยบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และผู้คัดค้านทั้งสองยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุนและหากฝ่าฝืนให้ถือว่าผิดสัญญาอาจถูกบอกเลิกสัญญาได้

หลังจากที่ผู้ร้องได้ทำสัญญาร่วมลงทุนแล้ว ผู้ร้องได้ชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนให้กับบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ต่อมาบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผิดสัญญา ผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญา และได้ดำเนินการขอให้อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้บริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และผู้คัดค้านทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าหุ้นคืนให้ผู้ร้องตามที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุนเป็นเงิน 11,000,000 บาท พร้อมผลตอบแทนตลอดระยะเวลาการถือหุ้นในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อคำนวณถึงวันที่ 9 เมษายน 2551 แล้วคิดคำนวณเป็นเงิน 8,784,433.29 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 19,784,433.29 บาท พร้อมให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ดำเนินการรับโอนหุ้นจำนวน 110,000 หุ้น

คืนไปจากผู้ร้องพร้อมชำระผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับจากวันที่ยื่นคำเสนอข้อพิพาทจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 ให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ซื้อหุ้นคืนจำนวน 110,000 หุ้น เป็นเงิน 11,000,000 บาท พร้อมผลตอบแทนตลอดระยะเวลาที่ผู้ร้องถือในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จนกว่าจะซื้อหุ้นคืน แต่ทั้งนี้ผลตอบแทนตั้งแต่ผู้ร้องถือหุ้นจนถึงวันที่ 9 เมษายน 2551 จะต้องไม่เกิน 8,784,433.29 บาท โดยให้ผู้ร้องโอนหุ้นให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ชำระเงินให้แก่ผู้ร้องสำหรับคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก หลังจากที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดแล้ว

สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรมได้แจ้งผลคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ทราบ แต่ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติตาม ผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 แต่ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เพิกเฉย จึงขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการพร้อมทั้งออกหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ หากไม่ปฏิบัติตามให้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินต่าง ๆ ของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 นำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้กับผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (1) การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (2) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (3) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นไม่ตรงกับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ (4) ผู้พิพากษาหรือตุลาการซึ่งพิจารณาคดีนั้นได้ทำความเห็นแย้งไว้ในคำพิพากษา หรือ (5) เป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยการใช้วิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่พิพาท ตามมาตรา 16 ......" คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือคำพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โดยวินิจฉัยว่า

คดีนี้หลังจากคณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดแล้ว สถาบันอนุญาโตตุลาการได้ส่งสำเนาคำชี้ขาดให้แก่ผู้รับมอบอำนาจบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และผู้คัดค้านทั้งสองทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 จึงถือได้ว่าผู้ร้องอาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ตั้งแต่วันดังกล่าว เมื่อนับระยะเวลาจนถึงวันยื่นคำร้อง คือ วันที่ 23 เมษายน 2558 จึงเกินกว่าระยะเวลาสามปี ตามมาตรา 42 ส่วนที่ผู้ร้องอ้างเหตุที่บริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2556 และถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2557 นั้น เห็นว่า ผู้ต้องถูกบังคับตามคำชี้ขาดคือผู้คัดค้านทั้งสอง และหนี้ตามคำชี้ขาดเป็นหนี้ให้กระทำการ

คือ รับซื้อหุ้นคืนจากผู้ร้อง พร้อมชำระผลตอบแทนในระหว่างระยะเวลาที่ถือหุ้น ผู้ถูกบังคับตามคำชี้ขาดไม่ใช่บริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างเหตุที่บริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตกเป็นบุคคลล้มละลายมาเป็นเหตุขัดข้องในการยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดได้ ที่ผู้ร้องอุทธรณ์ในทำนองว่า หากผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ออกคำบังคับให้ผู้คัดค้านทั้งสองเข้ารับโอนหุ้นของบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายหลังจากบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แม้ยังอยู่ในระยะเวลาที่กฎหมายให้สิทธิผู้ร้องขอให้ศาลออกคำบังคับให้ผู้คัดค้านรับโอนหุ้นบริษัทแมคคอนฟิล

อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากผู้ร้อง ผู้ร้องก็ไม่อาจดำเนินการโอนหุ้นบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองได้ เพราะอำนาจจัดการทรัพย์สินของบริษัทแมคคอนฟิล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตกอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว จึงเป็นเหตุขัดข้องที่ทำให้ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ อุทธรณ์ของผู้ร้องดังกล่าว ไม่เข้าเหตุยกเว้นตาม มาตรา 45 (1) ถึง (5) จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม มาตรา 45 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · สุภัทร์ สุทธิมนัส · อุดม วัตตธรรม
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นางสาวสุกัลยา ตรีเนตร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1852/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1688/2558
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ5123/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2568

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 702715)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712221)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696280)

คำให้การของผู้คัดค้านในคดีแพ่งที่ผู้ร้องยื่นฟ้องก่อนเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่ว่าต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเพียงการอ้างว่าสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำฟ้องล้วนมีข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2987/2566

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (1) การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้