Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6630/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือสัญญารับสภาพหนี้มีข้อความระบุว่า"ถ้าหากนายพิลาไชยพร (จำเลยที่ 1) นำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้ให้แก่นายวิจิตร (โจทก์) เสร็จสิ้นภายในวันที่25 มีนาคม 2536 นายวิจิตรจะไม่ขอคิดดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียวแต่ถ้าผิดนัด นายพิลาไชยพร จะต้องรับผิดตามสัญญาเดิมคือดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อถูกฟ้องศาลบังคับคดีตามฟ้องข้าพเจ้า นายพิลาไชยพร พอใจตามข้อตกลงนี้ จึงได้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน" ดังนี้ แม้สิทธิเรียกร้องในดอกเบี้ยค้างชำระเกินกว่า 5 ปี จะขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 แต่กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ได้สละประโยชน์แห่งอายุความนั้นแล้วดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 193/24 จำเลยที่ 1ไม่อาจอ้างอายุความมาเป็นข้อตัดฟ้องเพื่อปฏิเสธความรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยค้างชำระได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน44,982 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 18,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เป็นลำดับแรกว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่เอกสารหมาย จ.3โดยมีจำเลยที่ 2 เข้าเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย จ.4 จริงหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่เอกสารหมาย จ.3 โดยมีจำเลยที่ 2 เข้าเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย จ.4 จริงที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นคดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์จะเรียกร้องดอกเบี้ยได้เพียงใด ในข้อนี้จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่า

โจทก์คิดดอกเบี้ยนับแต่วันทำสัญญาถึงวันฟ้องซึ่งเป็นระยะเวลาเกินกว่าที่กฎหมายให้สิทธิที่จะเรียกร้องได้ จำนวนดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ตามคำให้การดังกล่าวกรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ยกข้อต่อสู้ว่าดอกเบี้ยค้างชำระขาดอายุความ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่ตามเอกสารหมาย จ.3 โดยมีจำเลยที่ 2 เข้าเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย จ.4 และยังรับฟังได้ต่อไปว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญารับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.6 จริงดังได้วินิจฉัยไว้แล้วข้างต้นซึ่งตามหนังสือสัญญารับสภาพหนี้เอกสารหมาย

จ.6 ลงวันที่ 31 มกราคม 2536 มีข้อความระบุไว้ด้วยว่า "ถ้าหากนายพิลา ไชยพร(จำเลยที่ 1) นำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้ให้แก่นายวิจิตร (โจทก์)เสร็จสิ้นภายในวันที่ 25 มีนาคม 2536 นายวิจิตรจะไม่ขอคิดดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียวแต่ถ้าผิดนัด นายพิลา ไชยพร จะต้องรับผิดตามสัญญาเดิมคือดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อถูกฟ้องศาลบังคับคดีตามฟ้อง ข้าพเจ้านายพิลา ไชยพร พอใจตามข้อตกลงนี้จึงได้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน" ซึ่งจำเลยที่ 1ได้ลงลายมือชื่อรับรองที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขในหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ข้างต้น ดังนี้แม้สิทธิเรียกร้องในดอกเบี้ยค้างชำระเกินกว่า 5 ปี จะขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/33 (มาตรา 166 เดิม)

ก็ตาม แต่กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ได้สละประโยชน์แห่งอายุความนั้นแล้วดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/24(มาตรา 192 เดิม) จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจอ้างอายุความมาเป็นข้อตัดฟ้องเพื่อปฏิเสธความรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยค้างชำระได้ส่วนจำเลยที่ 2 มิได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้ ศาลฎีกาจึงไม่อาจวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจะต้องรับผิดร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน18,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สัญชัย สิงหลกะ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 630015)

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 14 รับชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางของห้องชุดแต่ละห้อง ซึ่งตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 33 กำหนดให้นิติบุคคลอาคารชุดมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 628971)

โจทก์เป็นผู้เข้าประมูลซื้อห้องชุดพิพาทต้องผูกพันตามเงื่อนไขการเข้าสู้ราคา ข้อสัญญาและคำเตือนผู้ซื้อที่กำหนดไว้ในประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อตามประกาศขายทอดตลาดได้ระบุคำเตือนผู้ซื้อไว้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1174/2568

ตามใบคำขอรับสินเชื่อจำเลยระบุว่าสมัครด้วยบัตรเครดิต ไม่ปรากฏว่าจำเลยตกลงรับสินเชื่อซื้อสินค้าและรับสินเชื่อเป็นเงินสด ตามคำฟ้องเป็นการใช้บัตรเครดิตชำระราคาสินค้าและเบิกถอนเงินสด แม้จำเลยสามารถเบิกถอนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710157)

พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามมาตรา 45 แล้ว ให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกรายเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร มาตรา 49 กำหนดให้นิติบุค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้