Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นตำรวจ มีหน้าที่ขับรถยนต์ของทางราชการกรมตำรวจจำเลยที่ 3 วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถจิ๊ปของจำเลยที่ 3 ไปราชการตามหน้าที่โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราดูรถก่อนจะขับออกไปว่าฝากระโปรงครอบหน้ารถอยู่ใน สภาพเรียบร้อยหรือไม่ เมื่อรถยนต์คันจำเลยที่ 1 ขับแล่นสวนทางกับรถยนต์คันที่ อ. ขับ ซึ่งมีโจทก์นั่งมาข้างหน้าด้วย ฝากระโปรงครอบเครื่องยนต์หน้ารถคันจำเลยที่ 1 ขับได้หลุดไปปะทะกระจกหน้ารถคันที่โจทก์นั่ง แตกทะลุไปถูกหน้าโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสเหตุฝากระโปรงครอบเครื่องยนต์หน้ารถหลุดออกไป ก็เพราะสปริงขอเกาะฝากระโปรงอ่อนและเบ้าที่รองรับโคนขอรั้งสึก ทำให้เบ้าหลวม เนื่องจากใช้มานานจึงเกิดการเสื่อมสภาพ เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถไปด้วยความเร็ว 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนพื้นถนนราดยางที่ไม่เรียบและมีลมพัดแรง จึงเกิดความสั่นสะเทือนอย่างแรง ทำให้ขอรั้งหลุดออกลมเข้าไปในฝากระโปรงหน้ารถเมื่อถูกลมแรง ๆ จึงหลุดออกไปจากตัวรถ ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จะต้องระมัดระวังตรวจตราทำให้อยู่ในสภาพดีเสียก่อนนำไปใช้ และจำเลยที่ 1 ก็ทราบแต่หาได้จัดการอย่างใดไม่ ดังนี้เหตุนี้เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยเพราะไม่ใช่กระโปรงหน้ารถอยู่ในสภาพแข็งแรงเรียบร้อยตามสภาพแล้ว เกิดจากภัยนอกอำนาจซึ่งไม่อาจรู้และป้องกันได้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์จิ๊ปของทางราชการไปในธุรกิจหน้าที่ราชการของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ ไม่ตรวจดูสภาพรถยนต์ และฝากระโปรงครอบเครื่องจักรกลของรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ควบคุมให้เรียบร้อย เมื่อจำเลยขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง แรงปะทะของลมทำให้ฝากระโปรงหน้ารถยนต์เปิดขึ้น และหักออกจากตัวรถหลุดลอยมากระทบกระจกบังลมหน้ารถยนต์ คันที่โจทก์นั่งสวนทางมาแตกทะลุเลยเข้าไปถูกบริเวณใบหน้าโจทก์ เป็นบาดแผลสาหัส ขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนรวม ๕๐,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสามให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นมิใช่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ แต่เป็นเหตุสุดวิสัยนอกเหนืออำนาจของจำเลยที่ ๑ ที่จะรู้และป้องกันได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนและค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์ ๓๒,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นตำรวจมีหน้าที่ขับรถยนต์ของทางราชการกรมตำรวจจำเลยที่ ๓ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ขับรถจิ๊ปของจำเลยที่ ๓ ไปราชการ โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราดูรถก่อนจะขับออกไปว่าฝากระโปรงครอบหน้ารถอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่ เมื่อรถยนต์คันจำเลยที่ ๑ ขับ แล่นสวนทางกับรถยนต์คันนางสาวอนันต์ขับ โดยมีโจทก์นั่งมาข้างหน้าด้วย ฝากระโปรงครอบเครื่องยนต์หน้ารถจำเลยที่ ๑ ขับได้หลุดไปปะทะกระจกหน้ารถคันที่โจทก์นั่งแตกทะลุไปถูกหน้าโจทก์อย่างแรงเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุที่ฝากระโปรงครอบหน้ารถหลุดออกไปเกิดจากสปริงขอเกาะฝากระโปรงครอบหน้ารถอ่อน และเบ้าที่รองรับโคนขอรั้งสึกทำให้เบ้าหลวม

เมื่อจำเลยที่ ๑ ขับรถไปด้วยความเร็วชั่วโมงละ ๕๐-๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนพื้นถนนที่ไม่เรียบและมีลมพัดแรง จึงเกิดความสั่นสะเทือนอย่างแรง ทำให้ขอรั้งหลุดออกลมเข้าไปในฝากระโปรงครอบหน้ารถได้ ฝากระโปรงครอบหน้ารถถูกลมแรง ๆ จึงหลุดออกไปจากตัวรถ แล้ววินิจฉัยว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ จะต้องระมัดระวังตรวจตราทำให้อยู่ในสภาพดีเสียก่อนนำมาใช้ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ก็ทราบแต่หาได้จัดการอย่างไรไม่ จะฟังว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้ เพราะไม่ใช่กระโปรงครอบหน้ารถอยู่ในสภาพแข็งเรียบร้อยตามสภาพ แล้วเกิดจากภัยนอกอำนาจซึ่งไม่อาจรู้และป้องกันได้ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ธวัช สิทธิชัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครนายก - นายปชา วรธรรมพินิจ
ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้