Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6629/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่โจทก์ฎีกาว่าสิทธิพื้นฐานในการอุทธรณ์ควรมี 30 วัน เมื่อมีเอกสารครบถ้วนนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 กำหนดให้คู่ความยื่นอุทธรณ์ได้ภายในเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง กำหนดเวลาดังกล่าวย่อมหมายความว่าคู่ความที่ประสงค์จะอุทธรณ์ต้องดำเนินการต่าง ๆให้แล้วเสร็จตามกำหนด มิใช่เมื่อมีเอกสารครบถ้วนแล้วจึงเริ่มนับระยะเวลาอุทธรณ์ตามที่โจทก์อ้างซึ่งไม่มีบทกฎหมายบทใดสนับสนุนหากโจทก์ได้รับสำเนาเอกสารในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ตามนัด โจทก์ก็จะมีเวลาสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์ 12 วัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่โจทก์ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์และน่าจะเป็นการเพียงพอแล้วสำหรับคดีที่ไม่ได้มีปัญหามากนักดังคดีนี้ การที่โจทก์อ้างว่าได้รับสำเนาเอกสารครบถ้วนในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ช้ากว่ากำหนดนัดไปเพียง 1 วัน จึงไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษที่จะเป็นเหตุสมควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ตามที่โจทก์ขออีก

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามและบริวารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 375,000 บาท เนื่องจากจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปทำถนนในที่ดินของโจทก์ นอกจากส่วนที่โจทก์บริจาค

จำเลยทั้งสามให้การว่า ไม่ได้บุกรุกเข้าไปทำถนนในที่ดินของโจทก์ แต่การทำถนนเป็นเรื่องของสุขาภิบาลบางศรีเมือง ซึ่งว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด2928 ดีไซน์ ดำเนินการก่อสร้าง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกสุขาภิบาลบางศรีเมืองและห้างหุ้นส่วนจำกัด 2928 ดีไซน์เข้ามาเป็นจำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ จำเลยร่วมทั้งสองให้การว่าไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ เพราะทำถนนตามแนวเขตที่สามีโจทก์ชี้กำหนด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542 วันที่ 20 มกราคม 2543 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 14กุมภาพันธ์ 2543 ต่อมาในวันครบกำหนดของระยะเวลาที่ขยายให้โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าตามคำร้องยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ไม่อนุญาต ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตามที่โจทก์ขอหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าสิทธิพื้นฐานในการอุทธรณ์ควรมี 30 วัน เมื่อมีเอกสารครบถ้วนแล้วนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229กำหนดให้คู่ความยื่นอุทธรณ์ได้ภายในเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง กำหนดเวลาดังกล่าวย่อมหมายความว่าคู่ความที่ประสงค์จะอุทธรณ์ต้องดำเนินการต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จตามกำหนดมิใช่เมื่อมีเอกสารครบถ้วนแล้วจึงเริ่มนับระยะเวลาอุทธรณ์ตามที่โจทก์อ้างซึ่งไม่มีกฎหมายบทใดสนับสนุน ตามเอกสารท้ายฎีกาของโจทก์ซึ่งเป็นใบนัดรับสำเนาเอกสารของศาลชั้นต้นลงวันที่ 20 มกราคม2543 แสดงว่าเจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นนัดให้โจทก์ไปรับสำเนาเอกสารในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2543 แต่ในวันที่ 20 มกราคม 2543 นั้นเอง

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไป 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดคือภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2543 เห็นได้ว่าหากโจทก์ได้รับสำเนาเอกสารในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2543 ตามนัด โจทก์ก็จะมีเวลาสำหรับทำคำฟ้องอุทธรณ์เพียง 12 วัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่โจทก์ขอและน่าจะเป็นการเพียงพอแล้วสำหรับคดีที่ไม่ได้มีปัญหามากนักดังคดีนี้ การที่โจทก์อ้างว่าได้รับสำเนาเอกสารครบถ้วนในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2543 ช้ากว่ากำหนดนัดไปเพียง1 วัน จึงไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษที่จะเป็นเหตุสมควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ตามที่โจทก์ขออีก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอนาคตในชั้นอุทธรณ์และฎีกามาด้วยโดยไม่มีเหตุที่จะต้องเสีย จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวแก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาส่วนที่เสียเกินมาให้แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้