Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

วันที่ 26 กันยายน ธนาคารส่งเงินที่มีคำสั่งอายัดไว้ก่อนคำพิพากษาให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อนำมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา แต่เมื่อวันที่ 10 เดือนเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวในคดีล้มละลายศาลจึงสั่งให้โอนเงินไปไว้ในคดีล้มละลาย วันที่1 ตุลาคม โจทก์แถลงขอรับเงิน ศาลสั่งยกคำขอ โจทก์ไม่โต้แย้งคัดค้านคำสั่ง วันที่ 2 ตุลาคม จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในอีกสำนวนหนึ่ง ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีเดิม แล้วสั่งโอนเงินไปไว้ในคดีใหม่ดังนี้ โจทก์จะอาศัยพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 110 มาอ้างว่า การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เพื่อยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ในคดีใหม่ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามเช็ค โดยศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งอายัดเงินฝากของจำเลยในธนาคารไว้ชั่วคราว ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ ศาลชั้นต้นได้มีหมายอายัดให้ธนาคารส่งมอบเงินที่ได้มีคำสั่งอายัดไว้ก่อนพิพากษาให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 7 วัน ต่อมาวันที่ 26 กันยายน 2523 ธนาคารได้ส่งเงินจำนวนหนึ่งตามที่อายัดไว้ให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี แต่เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2523 ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวในคดีล้มละลายอีกคดีหนึ่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีโอนเงินจำนวนนี้ไปไว้ในคดีล้มละลาย ศาลจึงสั่งให้โอนเงินไปได้ในคดีล้มละลาย วันที่ 1 ตุลาคม 2523 โจทก์แถลงขอรับเงิน

ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตวันที่ 2 ตุลาคม 2523 ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดในอีกสำนวนหนึ่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีล้มละลายคดีแรกตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2523 ศาลชั้นต้นจึงสั่งโอนเงินไปไว้ในคดีล้มละลายคดีหลังตามหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โจทก์จึงยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นอ้างว่าศาลชั้นต้นได้สั่งจำหน่ายคดีล้มละลายคดีแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2523 จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้เคยถูกพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวมาก่อน ในคดีล้มละลายคดีหลังศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2523 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่การบังคับคดีสำเร็จบริบูรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2523 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารส่งเงินที่โจทก์ขออายัดไว้ชั่วคราวมาให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลชั้นต้น

เงินจำนวนดังกล่าวจึงไม่ตกเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลาย โจทก์มีสิทธิขอรับเงินจำนวนนี้เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เงินที่โจทก์ขอรับได้โอนเข้าไปในคดีล้มละลายแล้วและอยู่ในระหว่างการบังคับคดีโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ 6/2523 (คดีแรก) ก็เพราะมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 ได้บัญญัติบังคับไว้ว่า ถ้าศาลได้สั่งในคดีใดให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ก็ให้จำหน่ายคดีล้มละลายซึ่งเจ้าหนี้อื่นฟ้องลูกหนี้ คนเดียวกันนั้น การที่กฎหมายมีบทบังคับไว้ดังกล่าว ก็เพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะได้ใช้อำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายร่วมกัน ตามนัยที่บัญญัติในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 เกี่ยวกับคดีนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เดิมเงินที่ศาลชั้นต้นสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำไปจัดการในคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ 6/2523 ซึ่งในขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวการบังคับคดียังไม่สำเร็จบริบูรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย

พุทธศักราช 2483 และเมื่อโจทก์แถลงขอรับเงินจำนวนนี้ ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ยกคำขอแล้ว โจทก์เองก็ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งแต่อย่างใด ฉะนั้นแม้ในเวลาต่อมา ศาลชั้นต้นจะได้สั่งจำหน่ายคดีล้มละลายสำนวนนี้ตามที่มีบทบัญญัติของพระราชบัญญัติล้มละลายบังคับไว้ ก็หาทำให้ทรัพย์สินใด ๆ ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้จัดการรวบรวมไว้ในสำนวนนี้ก่อนจำหน่ายคดีหลุดพ้นไปจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะใช้สิทธินำไปจัดการในสำนวนคดีล้มละลายที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดนั้นแล้วต่อไปไม่ กรณีเรื่องนี้โจทก์จึงไม่อาจอาศัยบทบัญญัติ มาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาใช้บังคับโดยอ้างเหตุว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เพื่อยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 4/2523 (คดีหลัง) ซึ่งศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดแล้วนั้นได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ · สุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้