Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2495

พ.ศ. 2495 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นผู้กำกับแขวงการทาง ได้จ้างเหมาบุคคลภายนอกขนลูกรังมากองตามถนนสายที่กำลังก่อสร้าง แล้วทำบัญชีเป็นว่ามีคนงานของแขวงการทางนั้นทำการขนลูกรังเอง แล้วเบิกจ่ายเงินค่าจ้างรายวันพร้อมทั้งเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวและเงินยังชีพให้แก่คนงานเหล่านั้น โดยกอรกชื่อบุคคลต่าง ๆ ลงในบัญชีกับให้ลงลายมือชื่อว่าได้รับเงินค่าจ้างในฐานเป็นคนงานของแจวงการทางนั้นจากจำเลยแล้ว ซึ่งความจริงบุคคลที่ลงในบัญชีดังกล่าวมิได้เป็นคนงานของแขวงการทางเลย หากจำเลยได้เอาเงินที่เบิกมาได้นั้นจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาไป ดังนี้เมื่อปรากฏว่าวิธีที่จำเลยให้บุคคลภายนอกรับงานไปทำนั้น ได้ผลงานดีกว่าที่จะให้คนงานรายวันของกรมทางทำเอง ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาก็ย่อมเยาว์ และจำเลยได้จ่ายเงินค่าแรงงานให้ผู้รับเหมารับไปจริง ๆ ไม่มีการเบียดบังเอาไว้เลย จึงไม่มีการเสยหาย จำเลยย่อมไม่ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 133, 230 ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 736,737/2478,1189/2480

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นผู้กำกับแขวงการทางชัยนาท มีหน้าที่ควบคุมดูแลการสร้างและบำรุงทางหลวงสายตาคลี - ชัยนาท ฯลฯ จำเลยที่ ๒ เป็นเสมียนอยู่ใต้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้ง ๒ สมคบกันให้นายสุวรรณ วงษ์ศิริทำการขนลูกรังจากสนามบินตาคลีมากองรายทางตามถนนสายตาคลี ชัยนาท โดยคิดค่าจ้างรวมเป็นเงิน ๑๓๐๐๐ บาท ในการจ่ายเงินคิดค่าจ้างให้นายสุวรรณนี้ จำเลยทั้ง ๒ ได้สมคบกันทำบัญชีหลักฐานเท็จขึ้น ๒ ชุด โดยทำเป็นว่ามีคนงานของแขวงการทางชัยนาททำการขนลูกรังเอง แล้วเบิกจ่ายเงินค่าจ้างรายวันพร้อมทั้งเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวและเงินยังชีพให้แก่คนงานเหล่านั้นโดย กรอก ชื่อบุคคลต่างๆลงในบัญชีรายจ่ายเงินค่าจ้างรายวันแบบ

ท.๗๑ แล้วลงลายมือชื่อว่าได้รับเงินค่าจ้างในฐานเป็นคนงานของแขวงการทางชัยนาทจากจำเลยที่ ๑ ไปแล้ว ความจริงบุคคลที่ลงชื่อในบัญชีแบบ ท.๗๑ นี้ได้เป็นคนงานของแขวงการทางชัยนาท และมิได้รับเงินค่าจ้างเป็นคนงานของแขวงการทางชัยนาท และมิได้รับเงินค่าจ้างในฐานเป็นคนงานของแขวงการทางชัยนาท แล้วจำเลยได้นำเอาเงินได้เบิกจ่ายได้จากบัญชีแบบ ท.๗๑ อันเป็นเท็จนี้ จ่ายให้แก่นายสุวรรณ วงศ์ศิริ เป็นค่าจ้าง

โจทก์ฟ้องจำเลยทำนองเดียวกันนี้ แยกเป็นข้อหลายข้อ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒๙, ๒๓๐, ๑๓๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้องข้อ ๑ ก.ข.และฟ้องข้อ ๒ เป็นแต่ผิดระเบียบแบบแผน แต่จำเลยกระทำไปโดยบริสุทธิ์และสุจริตใจ เพื่อให้ได้ประโยชน์ในทางที่ดีแก่ราชการการแผ่นดินถ่ายเดียว มิได้มีเจตนาทุจริตคิดอุบายพลิกแพลงเพื่อรับเอาผลประโยชน์อันเกิดแก่การกระทำนั้น ทั้งมิได้เกิดการเสียหายแก่ราชการ จำเลยจึงไม่มีความผิดดังโจทก์ฟ้อง ส่วนฟ้องข้อ ๑ ค.นั้น ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าเป็นความจริงดังคำนายสุวรรณ จึงพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๓, ๒๓๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๖ ปี จำเลยที่ ๒, ๕ปี จำเลยทั้ง ๒ ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนคลอดแล้ว ปรากฏว่าตามคำพยานโจทก์เองว่า วิธีที่จำเลยให้นายสุวรรณรับงานไปทำนั้นได้ผลดีกว่าที่จะให้คนงานราววันของกรมทางจ้างทำเอง ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายแก่นายสุวรรณ ก็ย่อมเยาว์กว่าที่กรมทางจ้างบริษัทกรรมกรไทยทำการจ้างนายสุวรรณ ทำงาน ๒ ครั้งนี้ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยสมยอมทำอะไรกับนายสุวรรณ และข้อเท็จจริงยังฟังได้แน่ชัดว่า เงินค่าแรงงานสำหรับงานที่นายสุวรรณทำ ๒ ครั้งนี้ จำเลยได้จ่ายให้นายสุวรรณรับไปจริงๆ ไม่มีการเบียดบังเอาไว้เลย เมื่อมีการจ่ายเงินให้ผู้จ้างไปจริง เช่นนั้น

ศาลฎีกาได้เคยพิพากษามาแล้วในคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๘๙/๒๔๘๐, ๗๓๖-๗๓๗/๒๔๗๘ ว่าเมื่อไม่เสียหาย ก็ไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือ ส่วนฟ้องข้อ ๑ ค. ปรากฏว่าจำเลยได้จ่ายเงินค่าจ้างในงานคราวนั้นไปทั้งสิ้น ๒๔๔๙๔ บาท ๔๒ สตางค์ แต่นายสุวรรณเบิกความว่า ได้รับค่าจ้างไปจริงเพียง ๑๓๐๐๐ บาทเท่านั้น จำเลยมิได้สืบหักล้างว่าจำเลยได้จ่ายไปแล้วจริงทั้ง ๒๔๔๙๔ บาท ๔๒ สตางค์ จึงต้องถือว่าจำนวนเงินที่มิได้จ่ายให้นายสุวรรณนั้น จำเลยได้เบียดบังยักยอกเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย จึงเกิดความเสียหายแก่รัฐบาล จำเลยจึงพ้นความรับผิดในข้อนี้ไม่ได้ ต้องมีความผิดฐานทำบัญชีแบบ ท.๗๑ เท็จ และฐานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริตตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๓๐, ๑๓๓

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ จำคุกจำเลยที่ ๒ ตามมาตรา ๒๓๐ มีกำหนด ๕ ปี ฯลฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์วินิจฉัย · ประศาสน์วินิจฉัย · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชัยนาท - นายเพรียง โรจนรัสศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้