Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6595/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าปรับที่คู่กรณีกำหนดไว้ในสัญญาถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับเพื่อการที่จะชดใช้บรรเทาความเสียหายอันอาจจะมีหรือเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เป็นความพอใจแก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญาซึ่งต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้ปรากฏชัดแจ้งว่าโจทก์เสียหายเต็มตามจำนวนค่าปรับที่กำหนดไว้ในสัญญา และแม้ว่าจำเลยจะมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่ายินยอมชำระค่าปรับตามสัญญาก็ตาม หากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลย่อมใช้ดุลพินิจลดค่าปรับหรือเบี้ยปรับตามสัญญาลงได้ สำหรับราคาสิ่งของที่ซื้อขายกันเป็นเงิน 2,064,606 บาทโจทก์ใช้สิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาไว้เป็นเงิน103,231 บาทแล้ว โจทก์เพิ่งมาบอกเลิกสัญญาภายหลังเป็นเวลานานถึง 307 วัน รวมค่าปรับรายวันเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1,267,667.47 บาท จึงนับว่าสูงเกินส่วน ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลดค่าปรับลงนั้น นับว่าเหมาะสมแก่ความเสียหายของโจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2538 โจทก์ทำสัญญาซื้อสารเคมีเมทธิลเซ็นทรัลไลท์ จำนวน 6.10 ตัน ราคา 2,064,606บาท ไว้ใช้ในราชการจากจำเลย โดยจำเลยตกลงส่งมอบสารเคมีดังกล่าวแก่โจทก์ภายในวันที่ 5 เมษายน 2539 และจำเลยได้นำแคชเชียร์เช็คของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเตาปูนจำนวน 103,231 บาท มอบให้โจทก์เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาในสัญญาซื้อขายมีข้อตกลงว่าหากจำเลยไม่ส่งมอบสารเคมีดังกล่าวให้โจทก์หรือส่งมอบไม่ถูกต้องครบถ้วน โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีที่โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาจำเลยต้องชำระค่าปรับคิดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสารเคมีที่ยังมิได้ส่งมอบ นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบจนถึงวันที่จำเลยส่งมอบให้ครบถ้วนและในระหว่างที่โจทก์ยังมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา

หากโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ โจทก์จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ และมีสิทธิที่จะปรับจำเลยจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกเมื่อครบกำหนดส่งมอบ จำเลยมิได้ส่งมอบสารเคมีที่ซื้อขายให้โจทก์ โจทก์จึงเรียกให้จำเลยชำระค่าปรับอัตราวันละ4,129.21 บาท ซึ่งเท่ากับอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสารเคมีที่ไม่ส่งมอบนับแต่วันที่ 6 เมษายน 2539 จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่ายินยอมชำระค่าปรับแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยจำเลยทราบการบอกเลิกสัญญาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2540 โดยโจทก์แจ้งจำเลยด้วยว่าให้นำเงินค่าปรับมาชำระให้โจทก์จนถึงวันบอกเลิกสัญญา เป็นเวลา 307 วัน วันละ 4,129.21 บาท

รวมเป็นเงิน1,267,667.47 บาท และแจ้งริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาโจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน1,267,667.47 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 มกราคม 2541 อันเป็นวันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงินรวม 60,691.75 บาทจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 600,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 มกราคม2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า เบี้ยปรับที่โจทก์เรียกร้องตามฟ้องนั้นเกินส่วนที่จะเรียกร้องหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่ากรณีที่จำเลยปฏิบัติผิดสัญญาซื้อขายเนื่องจากไม่สามารถส่งมอบสิ่งของให้แก่โจทก์ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 9 ข้อ 10 สามารถแยกได้เป็น3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ในกรณีจำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของตามกำหนดโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ริบหลักประกันเรียกราคาที่เพิ่มขึ้น และปรับจำเลยเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของ 2. ในกรณีที่โจทก์ไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อจำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของ จำเลยยอมให้โจทก์ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของ3.

ภายหลังที่โจทก์ให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามสัญญา โดยยังไม่บอกเลิกสัญญา แต่จำเลยก็ยังไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ หากโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาริบหลักประกันเรียกราคาที่เพิ่มขึ้นและปรับจำเลยเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคู่สัญญาตกลงกันว่าหากมีการผิดสัญญาไม่ส่งมอบสิ่งของตามกำหนด จำเลยยอมเสียค่าปรับเป็นรายวันให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของซึ่งอัตราค่าปรับที่กำหนดไว้ดังกล่าวเป็นอัตราที่เหมาะสมทุกประการและตามทางปฏิบัติในสัญญาซื้อขายทั่วไปก็ได้กำหนดค่าปรับไว้ในอัตราเดียวกันนี้ จำเลยก็ไม่ได้ต่อสู้เป็นประเด็นข้อพิพาทว่าค่าปรับสูงเกินส่วนแต่อย่างใดอีกทั้งจำเลยยังได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่ายินยอมชำระค่าปรับตามสัญญาให้โจทก์อีกด้วยตามเอกสารหมายจ.4 ดังนั้น

เมื่อคดีได้ความว่าโจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 แล้ว จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบสิ่งของตามกำหนดจำเลยจึงต้องชำระค่าปรับรายวันให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 0.20ของราคาสิ่งของคิดเป็นค่าปรับวันละ 4,129.21 บาท นับแต่วันที่ 6เมษายน 2539 อันเป็นวันถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบสิ่งของจนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2540 อันเป็นวันบอกเลิกสัญญารวม307 วัน เป็นเงินรวม 1,267,667.47 บาท ทั้งนี้ไม่รวมหลักประกันตามสัญญา ซึ่งโจทก์มีสิทธิริบได้ตามสัญญาข้อ 8 ข้อ 10 เอกสารหมายจ.1 การที่ศาลชั้นต้นนำหลักประกันไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของเบี้ยปรับโจทก์จึงไม่เห็นพ้องด้วยนั้น เห็นว่า แม้จะได้มีการกำหนดค่าปรับกันไว้ในสัญญาดังข้ออ้างของโจทก์ก็ตาม แต่ว่าเงินค่าปรับตามที่คู่กรณีกำหนดไว้นั้น

ถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับเพื่อการที่จะชดใช้บรรเทาความเสียหายอันอาจจะมีหรือเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เป็นความพอใจแก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญาซึ่งต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคแรก ที่บัญญัติไว้ว่า "ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้....."แสดงว่าเบี้ยปรับนั้น แม้จะได้กำหนดกันไว้ในสัญญาแต่กฎหมายก็มิได้บังคับไว้โดยเด็ดขาดว่าจะต้องให้เป็นไปตามนั้น ทั้งนี้ต้องพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินเท่านั้นก็หาไม่ ดังนั้นเมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้ปรากฏชัดแจ้งว่าโจทก์เสียหายเต็มตามจำนวนค่าปรับที่กำหนดไว้ในสัญญาและแม้ว่าจำเลยจะมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่า

ยินยอมชำระค่าปรับตามสัญญาก็ตามหากเบี้ยปรับสูงเกินส่วนศาลย่อมใช้ดุลพินิจลดค่าปรับหรือเบี้ยปรับตามสัญญาลงได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383 วรรคแรก สำหรับราคาสิ่งของที่ทำการซื้อขายกันเป็นเงิน2,064,606 บาท โจทก์ใช้สิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเป็นแคชเชียร์เช็คของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเตาปูนไว้เป็นเงิน 103,231 บาทแล้ว โจทก์เพิ่งมาบอกเลิกสัญญาภายหลังเป็นเวลานานถึง 307 วัน รวมค่าปรับรายวันเป็นจำนวนเงินสูงถึง1,267,667.47 บาท จึงนับว่าสูงเกินส่วนเห็นสมควรลดลง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลดค่าปรับหรือเบี้ยปรับรายวันลงเป็นกำหนดให้600,000 บาทนั้น นับว่าเหมาะสมแก่ความเสียหายของโจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี จึงชอบแล้ว ไม่มีเหตุให้ศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นอย่างอื่น ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย วิสิทธวงศ์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · จรูญวิทย์ ทองสอน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้