Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6592/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีใดบ้างที่บุคคลจะต้องใช้สิทธิทางศาลต้องพิจารณาจากกฎหมายสารบัญญัติ กล่าวคือ จะต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองให้ใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องขอในกรณีนั้นๆ ได้ กรณีของผู้ร้องไม่มีกฎหมายบัญญัติรับรองว่าการขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัท อาจทำเป็นคำร้องขออย่างคดีไม่มีข้อพิพาทได้ ดังนั้น ผู้ร้องจะเริ่มคดีโดยทำเป็นคำร้องขอยื่นต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และมาตรา 188 (1) ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทเสมาฟ้าครามนคร จำกัด มีทุนจดทะเบียนครั้งแรก 1,000,000 บาท มีนายพรชัย สิงหเสมานนท์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ส่วนผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2525 บริษัทเสมาฟ้าครามนคร จำกัด ได้เพิ่มทุนเป็น 5,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 31 มีนาคม 2539 และวันที่ 13 สิงหาคม 2529 บริษัทเสมาฟ้าครามนคร จำกัด มีคำขอเลขที่ 4-01659 และเลขที่ 2-5348 เพิ่มทุนเป็น 500,000,000 บาท และ 1,000,000,000 บาท ตามลำดับ โดยการเพิ่มทุนทั้งสองครั้ง นายพรชัยแจ้งนายทะเบียนว่าชำระค่าหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว อันเป็นการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และนายทะเบียนซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้รับจดทะเบียนเพิ่มทุนแล้ว และได้มีการดำเนินคดีดังกล่าวแก่บริษัทเสมาฟ้าครามนคร จำกัด และนายพรชัยในข้อหาร่วมกันแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงดุสิตพิพากษาลงโทษบุคคลทั้งสองแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1210/2532 ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม 2540 นายพรชัยได้ถึงแก่กรรม ผู้ร้องทั้งสองเรียกประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว ผลการประชุมที่ประชุมแต่งตั้งผู้ร้องทั้งสองร่วมกันเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ ผู้ร้องทั้งสองจึงยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการต่อนายทะเบียน สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดปทุมธานี แต่นายทะเบียนอ้างว่า

ศาลแขวงดุสิตไม่ได้มีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทต้องปฏิบัติหรือดำเนินการตามคำพิพากษาอย่างใด ส่วนคำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัทเสมาฟ้าครามนคร จำกัด เมื่อนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ย่อมไม่มีอำนาจเพิกถอนการจดทะเบียนใดๆ ที่กระทำลงไปได้ ผู้ร้องทั้งสองต้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนทั้งสองครั้งดังกล่าวเสียก่อน จึงจะรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการให้ได้ ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัทเสมาฟ้าครามนคร จำกัด เลขที่ 4-01659 และเลขที่ 2-5348 ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2539 และวันที่ 18 สิงหาคม 2529 ตามลำดับ

ผู้คัดค้านทั้งยี่สิบเจ็ดยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันว่า การขอจดทะเบียนเพิ่มทุนทั้งสองครั้งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย โดยมติพิเศษผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวผู้ร้องทั้งสองลงมติด้วย ถ้าผู้ร้องทั้งสองเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ชอบที่จะฟ้องภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเพิ่มทุน มิใช่ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนเพียงฝ่ายเดียว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดไต่สวนพยานผู้ร้องทั้งสองแล้วินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่าด้วยวิธีการจัดการบริษัทจำกัด มิได้บัญญัติให้อำนาจแก่ผู้ร้องทั้งสองไว้ ผู้ร้องทั้งสองจึงไม่อาจมาร้องต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทดังเช่นคดีนี้ได้ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งสองว่า ผู้ร้องทั้งสองมีอำนาจขอให้ศาลดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งตามคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสองหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวผู้ร้องทั้งสองฎีกาว่า การกระทำของบริษัทเสมาฟ้าครามนคร จำกัด และนายพรชัย สิงหเสมานนท์ ที่จดทะเบียนเพิ่มทุนทั้งสองครั้ง มิได้กระทำให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 22 ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทจึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ผู้ร้องทั้งสองไม่สามารถเริ่มต้นคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 22 ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทได้ จึงจำเป็นต้องยื่นเป็นคำร้องขอต่อศาลเป็นคดีนี้ เห็นว่า การเสนอคดีต่อศาลกระทำได้ 2 วิธี

วิธีแรกหากมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง ก็เสนอเป็นคดีมีข้อพิพาทโดยทำเป็นคำฟ้องยื่นต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 172 วิธีที่สอง หากบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล ก็เสนอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทโดยทำเป็นคำร้องขอยื่นต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 (1) ส่วนกรณีใดบ้างที่บุคคลจะต้องใช้สิทธิทางศาลก็ต้องพิจารณาจากกฎหมายสารบัญญัติ กล่าวคือ จะต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองให้ใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องขอในกรณีนั้นๆ ได้ กรณีของผู้ร้องทั้งสองไม่มีกฎหมายบัญญัติรับรองว่าการขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเพิ่มทุนนั้นอาจทำเป็นคำร้องขออย่างคดีไม่มีข้อพิพาทได้

ดังนั้น ผู้ร้องทั้งสองจะเริ่มคดีโดยทำเป็นคำร้องขอยื่นต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 (1) หาได้ไม่ ผู้ร้องทั้งสองจึงไม่อาจขอให้ศาลดำเนินการไต่สวน และมีคำสั่งตามคำร้องขอได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของผู้ร้องทั้งสองอีกต่อไป ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาโดยมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมจึงเห็นควรสั่งไปพร้อมกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ทาวุฒิ · ปัญญา ถนอมรอด · เฉลิมชัย จารุไพบูลย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2504

การขอให้ศาลจำกัดและเพิกถอนสิทธิการจดทะเบียนสินค้าของผู้อื่นซึ่งตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าว่าให้ยื่นคำร้อง นั้นเป็นการขอให้ศาลสั่งซึ่งจะเป็นการกระทบกระเทือนสิทธิของคนอื่นที่มีอยู่ก่อนแล้ว อันเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้เข้าร่วมประชุมนิติบุคคลอาคารชุด ส. จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559 และวันที่ 14 พฤษภาคม 2559 โดยเจ้าของร่วมจำนวนมากที่มอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมออกเส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6653/2561

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน และประกาศคำร้องขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6310/2558

การที่บุคคลใดครอบครองที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นไว้ โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีจนได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้