Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65856)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง มิใช่ข้อกฎหมาย จึงอุทธรณ์ไม่ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยทั้งสี่สำนวนเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานั้นเป็นการเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ และมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยหรือไม่นั้น ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่แล้วเป็นคำพิพากษาที่ขัดต่อความหมายของคำว่าเลิกจ้างในบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสอง อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 41,48) คดีทั้งสี่สำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินคนละ 1,980 บาท แก่โจทก์ที่ 1 กับที่ 2 เป็นเงิน 960 บาท แก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน1,860 บาท แก่โจทก์ที่ 4 และชำระค่าชดเชยเป็นเงินคนละ 118,800 บาท แก่โจทก์ที่ 1กับที่ 2 เป็นเงิน 43,200 บาท แก่โจทก์ที่ 3 และเป็นเงิน 111,600 บาท แก่โจทก์ที่ 4 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และร้อยละ 15 ต่อปีของเงินค่าชดเชยดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคน จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 40) จำเลยทั้งสี่สำนวนจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2544 จำเลยโดยนายประเสริฐผู้รับมอบหมายได้บอกเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่จริง ที่จำเลยอุทธรณ์โดยแสดงเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้ศาลฎีการับฟังว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่แต่โจทก์ทั้งสี่ได้ลาออกจากงานโดยสมัครใจ เป็นอุทธรณ์ที่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 299 - 302/2545นาย มานพ ทองเจริญโจทก์นาย สุรพล วรรณากรกิจจำเลยนาย สุรพล วรรณากรกิจ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 118 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54 วรรคหนึ่งความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง มิใช่ข้อกฎหมาย จึงอุทธรณ์ไม่ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยทั้งสี่สำนวนเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานั้นเป็นการเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ และมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยหรือไม่นั้น ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่แล้วเป็นคำพิพากษาที่ขัดต่อความหมายของคำว่าเลิกจ้างในบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสอง อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 41,48) คดีทั้งสี่สำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินคนละ 1,980 บาท แก่โจทก์ที่ 1 กับที่ 2 เป็นเงิน 960 บาท แก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน1,860 บาท แก่โจทก์ที่ 4 และชำระค่าชดเชยเป็นเงินคนละ 118,800 บาท แก่โจทก์ที่ 1กับที่ 2 เป็นเงิน 43,200 บาท แก่โจทก์ที่ 3 และเป็นเงิน 111,600 บาท แก่โจทก์ที่ 4 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และร้อยละ 15 ต่อปีของเงินค่าชดเชยดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคน

จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 40) จำเลยทั้งสี่สำนวนจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2544 จำเลยโดยนายประเสริฐผู้รับมอบหมายได้บอกเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่จริง ที่จำเลยอุทธรณ์โดยแสดงเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้ศาลฎีการับฟังว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่แต่โจทก์ทั้งสี่ได้ลาออกจากงานโดยสมัครใจ เป็นอุทธรณ์ที่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7287/2550

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ส. ปฏิเสธไม่ขับรถหัวลากเนื่องจาก ส. ประสบอุบัติเหตุตกจากรถและแขนขวาได้รับบาดเจ็บ ส. จึงไม่ได้จงใจขัดคำสั่งของนายจ้าง การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ส. ปฏิเสธไม่ขับรถหัวลากเพราะได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2548

โจทก์เป็นพนักงานของธนาคารจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการพักงานตามมาตรา 116 และ 117 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.254…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2548

จำเลยอุทธรณ์ว่าเงินค่าอาหารและเงินรายรับอื่นไม่ใช่ค่าจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 5 เป็นการอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย จึงอุทธรณ์ได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้