Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6583/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าสุราของกลางที่จำเลยทั้งสองนำส่งออกไปขายแก่ผู้ซื้อต่างประเทศนั้นเป็นสุราปลอมซึ่งบรรจุขวดและปิดฉลากที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์และข้อความในการประกอบการค้าของโจทก์ร่วม เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นสินค้าสุราที่แท้จริงของโจทก์ร่วม เป็นความผิดฐานจำหน่ายสินค้าที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 275 และเป็นความผิดฐานขายสุราที่รู้ว่าทำขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 31แต่ความผิดฐานเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ ทำให้ปรากฏที่สินค้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) นั้น จำเลยกว้านซื้อสุราของกลางมาจากร้านค้าแล้วนำส่งออกไปขายแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองทำสุราปลอมเองหรือบรรจุขวดเป็นสินค้าของจำเลยเองแต่มีการปิดฉลากปลอม จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้เอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้กับสินค้าของตนเอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 31, 44 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 91,272, 275 ริบสุราของกลางเฉพาะส่วนที่เป็นสุราผิดกฎหมายหรือสุราปลอม จำนวน 3,820 ขวด และริบแสตมป์สุราปลอมที่ผิดกฎหมายจำนวน 3,466 ดวง กับริบแสตมป์สุราที่ใช้แล้วจำนวน 354 ดวงระหว่างพิจารณา บริษัทชัคส์ เฮ็นเน็สซี่ แอนด์โก จำกัดผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272, 275จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1), 275 พระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 31, 41 (ที่ถูกมาตรา 44) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน2,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน ความผิดฐานจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีชื่อ

รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆในการประกอบการค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275(ที่ถูกเป็นมาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 272(1) ปรับจำเลยที่ 1เป็นเงิน 2,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 เดือนความผิดฐานขายสุราที่รู้ว่าทำขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 31 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 5,000 บาท ความผิดฐานมีแสตมป์สุราซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นแสตมป์ปลอมไว้ในครอบครองและนำแสตมป์สุราที่ใช้แล้วมาใช้อีกตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 44 ปรับจำเลยที่ 1เป็นเงิน 5,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือนรวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 14,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 18 เดือน และปรับ 5,000 บาท

หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ริบสุราของกลางที่เป็นสุราปลอมจำนวน 3,820 บาท ริบแสตมป์ปลอมจำนวน 3,466 ดวง และริบแสตมป์สุราที่ใช้แล้วจำนวน 354 ดวงจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "HENNESSY" และ "HENNESSY GOGNAC"และรูปเครื่องหมายการค้าแขนคนถือขวานหงาย จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำเลยที่ 1 เมื่อระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน 2531 จำเลยที่ 1 ส่งสุราไปขายให้แก่บริษัทเพิร์ลไชน์

อินดัสเตรียล จำกัด จำนวน 893 หีบและบริษัทเพิร์ล ไชน์ อินดัสเตรียล จำกัด ได้ส่งสุราไปขายต่อให้แก่บริษัทโอกินาวา เซ็นจูรี่ จำกัด ที่ประเทศญี่ปุ่นต่อมาเจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นตรวจพบว่าสุราที่ส่งจากประเทศไทยให้แก่บริษัทโอกินาวา เซ็นจูรี่ จำกัด จำนวน3,880 ขวด เป็นสุราปลอม บริษัทโอกินาวา เซ็นจูรี่ จำกัดจึงส่งสุราจำนวนดังกล่าวคืนไปให้บริษัทเพิร์ล ไชน์ อินดัสเตรียลจำกัด ได้ส่งสุราต่อมาให้จำเลยที่ 1 ที่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงยึดเป็นของกลาง ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์และพิสูจน์ของกลางกรมสรรพสามิตทำการตรวจพิสูจน์สุราของกลางแล้วพบว่าสุราของกลางที่ส่งมาจำนวน 324 หีบ หรือจำนวน 3,880 ขวดนั้น เป็นน้ำสุราปลอม 3,820 ขวด เป็นน้ำสุราดี 60 ขวดแสตมป์ที่ปิดที่ขวดสุราเป็นแสตมป์ปลอม 3,466 ดวง เป็นแสตมป์จริงที่ใช้แล้วนำมาใช้อีก 354 ดวง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจ

ได้ตรวจฉลากที่ปิดที่ขวดสุราของกลางกับฉลากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมแล้ว พบว่าเป็นฉลากที่มิได้พิมพ์มาจากแท่นพิมพ์เดียวกัน คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่จำเลยทั้งสองฎีกาประการแรกว่า สุราของกลางไม่ใช่สุราที่จำเลยที่ 1 ส่งไปขายให้แก่บริษัทเพิร์ล ไชน์ อินดัสเตรียลจำกัด เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสุราของกลางเป็นสุราส่วนหนึ่งที่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ส่งไปขายแก่บริษัทเพิร์ล ไชน์ อินดัสเตรียล จำกัด ที่เมืองฮ่องกง และบริษัทดังกล่าวส่งไปขายต่อให้แก่บริษัทโอกินาวา เซ็นจูรี จำกัดประเทศญี่ปุ่นจริง ที่จำเลยทั้งสองฎีกาประการต่อไปว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนากระทำผิด

เพราะจำเลยซื้อสุราจากท้องตลาดเพื่อส่งออกไปขาย ไม่อาจทราบข้อเท็จจริงว่า สุรา แสตมป์สุราและฉลากปิดขวดสุราของกลางเป็นของปลอมกับมีแสตมป์ที่ใช้แล้วนำมาใช้อีกนั้น ในส่วนเกี่ยวกับสุราปลอม เห็นว่า จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจการค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสุรายี่ห้อเฮ็นเน็สซี่นี้ จำเลยทั้งสองเคยจัดซื้อเป็นจำนวนมากแล้วส่งไปขายให้แก่บริษัทเพิร์ล ไชน์ อินดัสเตรียล จำกัดที่เมืองฮ่องกงมาแล้วถึง 6 ครั้ง ฉะนั้นจำเลยย่อมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าสุราดังกล่าว ซึ่งอยู่ในทางการค้าของจำเลยทั้งสองเป็นอย่างดี และตามพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2กับพวกช่วยกันกว้านซื้อสุราจากห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่าง ๆทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดหลายแห่ง แต่ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินตลอดจนใบขนให้

ทั้งเมื่อเทียบราคาสุราที่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ส่งสุราออกไปขายตามใบขนสินค้าขาออกกับราคาสุราที่บริษัทริชมอนเด้ (บางกอก) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสุราเฮ็นเน็สซี่ในประเทศไทยจำหน่ายสุราให้จำเลยที่ 1ตามใบกำกับสินค้าก็เห็นได้ชัดว่า ราคาสุราต่อขวดที่จำเลยส่งออกไปขายต่ำกว่าราคาสุราที่ขายในประเทศไทยมาก ย่อมเป็นข้อพิรุธที่ส่อแสดงว่าจำเลยทั้งสองน่าจะรู้ว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าสุราปลอม นอกจากนี้จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้นำผู้ขายสุราของกลางมาเบิกความต่อศาล อีกทั้งเมื่อจำเลยทั้งสองได้รับแจ้งว่าสินค้าบางส่วนของตนถูกส่งกลับคืนมาเพราะเหตุเป็นสินค้าปลอมจำเลยทั้งสองก็เพิกเฉยไม่ไปแสดงตน จึงถือได้ว่าเป็นข้อพิรุธอีกประการหนึ่งของจำเลยทั้งสองข้ออ้างของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าสุราของกลางที่จำเลยทั้งสองนำส่งออกไปขายแก่ผู้ซื้อต่างประเทศนั้นเป็นสุราปลอมซึ่งบรรจุขวดและปิดฉลากที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์และข้อความในการประกอบการค้าของโจทก์ร่วม เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นสินค้าสุราเฮ็นเน็สซี่ที่แท้จริงของโจทก์ร่วมอันเป็นความผิดตามฟ้องฐานจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีการเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 และเป็นความผิดฐานขายสุราที่รู้ว่าทำขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 31 แต่สำหรับความผิดฐานเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ทำให้ปรากฏที่สินค้า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 272(1)

นั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาโดยโจทก์และโจทก์ร่วมมิได้โต้แย้งว่า จำเลยกว้านซื้อสุราของกลางมาจากร้านค้าแล้วนำส่งออกไปขายแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองทำสุราปลอมเองหรือบรรจุขวดเป็นสินค้าของจำเลยเองแต่มีการปิดฉลากปลอม ดังนี้ ตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้เอาชื่อรูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้กับสินค้าของตนเอง จึงไม่มีความผิดในความผิดฐานนี้ส่วนความผิดเกี่ยวกับแสตมป์สุรา ฐานมีแสตมป์สุราซึ่งรู้ว่าเป็นแสตมป์ปลอมและมีแสตมป์สุราที่ใช้แล้วนำมาใช้อีกนั้นโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีแสตมป์สุราที่มีผู้ทำปลอมขึ้น 3,466 ดวง

ไว้ในครอบครองและมีแสตมป์สุราที่ใช้แล้ว 354 ดวง นำมาใช้อีก โดยจำเลยร่วมกันนำแสตมป์ปลอมและแสตมป์ที่ใช้แล้วดังกล่าวมาปิดที่ขวดบรรจุสินค้าสุราของจำเลยทั้งสอง แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าสินค้าสุราของกลางเป็นสินค้าที่จำเลยทั้งสองทำขึ้นเองและนำแสตมป์ปลอมกับแสตมป์ที่ใช้แล้วดังกล่าวปิดที่ขวดบรรจุสินค้าสุรานั้นเอง คงฟังข้อเท็จจริงได้เพียงว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันกว้านซื้อสุราจากร้านค้ามาเท่านั้น ดังนี้แม้จำเลยทั้งสองจะทราบและมีเจตนาซื้อสุราปลอมมาจำหน่ายก็ยังไม่อาจฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยทั้งสองต้องรู้ว่าแสตมป์ที่ปิดที่ขวดสุราที่ซื้อมานั้นจะต้องเป็นแสตมป์ปลอมกรณีนับว่ายังมีข้อสงสัยตามสมควร ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองรู้อยู่ว่าเป็นแสตมป์ปลอมและมีแสตมป์ที่ใช้แล้วนำมาใช้อีก จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 44 ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาเป็นประการสุดท้ายขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 2 นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจการค้าโดยส่งสินค้าไปขายแก่ลูกค้าต่างประเทศการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองที่ขายสินค้าปลอมนั้นนอกจากจะเป็นการเอาเปรียบทางการค้าแล้วยังก่อให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งทางเศรษฐกิจและเกียรติภูมิความเชื่อถือของประเทศชาติเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องร้ายแรงที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษจำเลยทั้งสองและไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 2 นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 272(1) พระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 31 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ความผิดฐานจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีการเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 2,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน ความผิดฐานขายสุราที่รู้ว่าทำขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 5,000 บาท รวมแล้วจำเลยที่ 1 ปรับ 7,000 บาทจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท ความผิดข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล เจริญวุฒิ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้