Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางที่พิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือน นับจากวันฟังคำพิพากษานี้จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ซึ่งหมายถึงนับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางนั้น เมื่อได้ความว่าคดีนี้มิได้ถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพ.ศ. 2475 มาตรา 39 วรรคสอง ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจึงพิพากษาให้จำเลยคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าไม่คืนให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือน จนกว่าจะชำระเสร็จ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 39

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยทั้งสองที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2542 เป็นเงิน192,000 บาท และขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2542 เป็นเงิน 106,562บาท และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ส่วนที่โจทก์ชำระเกินไปจำนวน 92,543 บาท แก่โจทก์ ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไป หากไม่คืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของจำนวนเงิน 92,543 บาท นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือนเป็นต้นไปจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี

พ.ศ. 2542 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 โดยแจ้งว่าได้รับค่าเช่าส่วนใหญ่ห้องละ 1,000 บาท ต่อห้องต่อเดือน และโจทก์มีห้องว่างจำนวนหลายห้องในเดือนต่าง ๆของปี 2541 จากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าโจทก์เรียกและรับค่าเช่าจากผู้เช่าห้องพักในอัตราไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อห้องต่อเดือนอีกทั้งห้องว่างที่โจทก์แจ้งไว้ก็มิได้ว่างอย่างที่โจทก์แจ้งแต่มีผู้เช่าอยู่ รายการค่าเช่าที่โจทก์แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และคำฟ้องของโจทก์ที่อ้างว่าโจทก์ได้รับค่าเช่าปีดังกล่าวเป็นเงินทั้งสิ้น 112,150 บาท เป็นการฟ้องเท็จ เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ คณะเทศมนตรีตำบลปากช่องคำนึงถึงการบริหารงานจัดเก็บภาษีในท้องถิ่นก็ได้ยอมลดค่ารายปีของโจทก์จากเดิม 1,536,000 บาท

เหลือ 852,502 บาท(ที่ถูกต้องตามเอกสาร ล.1 แผ่นที่ 92 เหลือ 852,946 บาท) ค่าภาษีลดลงจาก 192,000 บาท เหลือ 106,562 บาท ซึ่งเป็นคุณแก่โจทก์อย่างยิ่งแล้ว การฟ้องเรียกคืนภาษีและดอกเบี้ยของโจทก์ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2542 ตามใบแจ้งเลขที่ 31 ลงวันที่ 1ธันวาคม 2542 และคำชี้ขาดเลขที่ 7 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2542เป็นให้โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปี 2542 เป็นเงิน74,250 บาท เงินเพิ่ม 1,856.24 บาท และให้จำเลยทั้งสองคืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมค่าเพิ่ม (ที่ถูกเงินเพิ่ม) แก่โจทก์จำนวน33,119.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว ตั้งแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือน นับจากวันฟังคำพิพากษานี้จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือนนับจากวันฟังคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ซึ่งหมายถึงนับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางเมื่อได้ความว่าคดีนี้มิได้ถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 39 วรรคสอง ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง คือให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ส่วนจำเลยที่ 2เป็นนายกเทศมนตรีมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าไม่คืนภายในกำหนดดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือนเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5449/2561

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 30 บัญญัติว่า การแจ้งคำชี้ขาดไปยังผู้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ไม่ได้บัญญัติให้มีแบบพิมพ์หรือต้องทำในลักษณะใด เมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11028/2558

ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใดๆ ก็ตาม เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4230/2555

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 39 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้ามีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลตามความในมาตรา 31 ท่านห้ามมิให้ศาลประทับเป็นฟ้องตามกฎหมาย เว้นแต่จะเป็นที่พอใจศาลว่าผู้รับประเมินได้ชำระค่าภาษี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2548

ที่ พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 39 บัญญัติว่า "...ห้ามมิให้ศาลประทับเป็นฟ้องตามกฎหมาย เว้นแต่จะเป็นที่พอใจศาลว่าผู้รับประเมินได้ชำระค่าภาษีทั้งสิ้นซึ่งถึงกำหนดต้องชำระ... หรือจะถึงกำหนด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2546

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้