Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซึ่งต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรกำหนดไว้เฉพาะการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพเท่านั้น สัญญาเช่ารถยนต์และเครื่องจักรกล ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในประเภทที่ประมวลรัษฎากรกำหนดให้ต้องปิดอากรแสตมป์ จึงไม่เข้าลักษณะแห่งตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบทรัพย์สินตามสัญญาเช่าฉบับแรก และฉบับที่สองคืนแก่โจทก์หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 15,590,446.24 บาท และให้ร่วมกันชำระค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามสัญญาเช่าฉบับที่สามเป็นเงิน4,100,000 บาท ให้ร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้างชำระก่อนบอกเลิกสัญญาเช่าทั้งสามฉบับ เบี้ยปรับจากการผิดนัดชำระค่าเช่า ค่าปรับเนื่องจากสัญญาเช่าสิ้นสุดลงก่อนครบระยะเวลาเช่าตามสัญญารวมเป็นเงิน 7,603,838 บาทให้ร่วมกันชำระค่าเบี้ยประกันภัยตามสัญญาเช่าฉบับที่สามเป็นเงิน478,093.03 บาท ให้ร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์หรือค่าใช้ทรัพย์ตามสัญญาเช่าทั้งสามฉบับนับแต่วันบอกเลิกสัญญาจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน3,735,123 บาท กับค่าขาดประโยชน์หรือค่าใช้ทรัพย์ตามสัญญาเช่าทั้งสามฉบับในอัตราวันละ 6,164 บาท 9,339 บาท และ 9,907 บาทตามลำดับ

นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,651,825.04 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของจำนวนเงินที่ต้องชำระแก่โจทก์ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบทรัพย์ที่เช่าหรือใช้ราคาแก่โจทก์ครบถ้วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบรถนิสสันดีเซลพร้อมโม่ผสมคอนกรีตจำนวน 6 คัน ตามสัญญาเช่าฉบับแรก คอนกรีตปั๊มแบบติดตั้งพร้อมแขนบูม และรถเทเลอร์สำหรับติดตั้งเรโนลด์จำนวน 1 คันตามสัญญาเช่าฉบับที่สองในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 5,814,522.99 บาท และ 9,775,923.25 บาทให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง 4,478,380 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขาดประโยชน์ตามสัญญาเช่าฉบับแรกและฉบับที่สองในอัตราวันละ4,000 บาท และ 5,000 บาท ตามลำดับ นับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2539 จนกว่าจะส่งมอบทรัพย์ที่เช่าให้จำเลยทั้งสามชำระเบี้ยประกันภัยจำนวน 82,439 บาท และ 343,311 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 และวันที่ 25 มกราคม 2539 ตามลำดับ จนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสื่อมราคา เบี้ยปรับและค่าปรับรวม6,125,458 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขาดประโยชน์ตามสัญญาเช่าฉบับแรกและฉบับที่สองในอัตราวันละ 4,000 บาท และ5,000 บาท ตามลำดับ นับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2539 จนกว่าจะส่งมอบทรัพย์ที่เช่าแก่โจทก์ แต่ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า สัญญาเช่าตามฟ้องมิได้ปิดอากรแสตมป์จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้เป็นข้อแรก เห็นว่า สัญญาเช่าซึ่งต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรกำหนดไว้เฉพาะการเช่าที่ดิน โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพเท่านั้น สัญญาเช่าทั้งสามฉบับตามฟ้องเอกสารหมาย จ.4 จ.5 และ จ.6 เป็นสัญญาเช่ารถยนต์และเครื่องจักรกลซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในประเภทที่ประมวลรัษฎากรกำหนดให้ต้องปิดอากรแสตมป์ สัญญาเช่าตามฟ้องทั้งสามฉบับจึงไม่เข้าลักษณะแห่งตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากรฉะนั้น แม้สัญญาเช่าตามฟ้องทั้งสามฉบับจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำเงินประกันการเช่าตามสัญญาเช่าฉบับแรก778,260 บาท ตามสัญญาเช่าฉบับที่สอง 1,749,450 บาท และตามสัญญาเช่าฉบับที่สาม 1,873,650 บาท มาหักออกจากค่าเช่าที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยค่าเสื่อมราคาเบี้ยปรับ และค่าปรับพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสามต้องชำระแก่โจทก์ตามสัญญาเช่าทั้งสามฉบับเสียก่อน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เนตรมัย · ผล อนุวัตรนิติการ · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5037/2565

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3825/2562

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องจำเลย และไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องคดีในศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ถือว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์ว่าโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ ส. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4574/2561

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืม จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ โจทก์นำสืบสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานตามข้ออ้างของตน สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ปิดอาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้