Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6541/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาจำนวน 9 ล้านบาทเศษและจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยังร่วมกันเป็นหนี้โจทก์อีก 9 ล้านบาทเศษด้วย พฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองได้พยายามหน่วงเหนี่ยวการชำระหนี้แก่โจทก์ ทั้งยังให้ภริยาจำเลยที่ 1 ผลัดเปลี่ยนกันยื่นคำร้องขัดทรัพย์อันเป็นอุปสรรคต่อการบังคับคดีของโจทก์ แสดงถึงเจตนาที่จะประวิงการชำระหนี้ให้เนิ่นนานออกไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การที่จำเลยฎีกาอ้างว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้เป็นหลักประกันแล้ว หรืออ้างว่าทางราชการตีราคาหลักทรัพย์ของจำเลยที่วางประกันต่อโจทก์มีราคสูงมากขึ้นก็ดี เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขายไปแล้ว ข้ออ้างของจำเลยยังไม่เป็นที่แน่นอนที่จะให้ฟังได้เช่นนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยทั้งสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ตามคำพิพากษาจำนวน ๙,๙๒๑,๗๕๓.๔๓ บาท และจำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ เป็นหนี้โจทก์อีก ๙,๘๔๐,๖๖๖.๑๙ บาท จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยทั้งสอง และพิพากษาให้ล้มละลาย

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยมีรายได้และหลักทรัพย์เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ มิใช่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังไม่ขึ้น เดิมบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด เป็นหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด หนี้ตามสัญญารับมอบสินค้าเชื่อ (ทรัสต์รีซีท) และหนี้ตามเลคเตอร์ออฟเครดิตมีที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๐๕๗ ตำบลหัวหมาก อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินอันเป็นที่ตั้งโรงงานและเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด จำนองเป็นประกันและจำเลยที่ ๑ จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๙๒๐ ตำบลสามเสนนอก (สามเสนฝั่งเหนือ) อำเภอบางกะปิ (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เป็นประกันด้วยโดยมีข้อตกลงว่าถ้ามีการบังคับจำนองหรือเอาทรัพย์จำนองหลุดเป็นสิทธิหักชำระหนี้ยังขาดอยู่เท่าใด

จำเลยที่ ๑ ยอมใช้ส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์จนครบ และจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ดังกล่าวโดยยอมรบผิดร่วมกับบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด และจำเลยที่ ๑ ด้วย เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด และจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้โจทก์ โจทก์จึงฟ้องบังคับต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งพิพากษาให้ร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์ คือ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินให้โจทก์ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้โจทก์อีก ๔,๑๔๗,๔๕๑.๖๑ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปี ในต้นเงิน ๓,๗๙๔,๕๐๐.๙๓ บาท นับแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๑๔ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์รวม ๑๐๐,๖๔๐ บาท

คดีถึงที่สุดตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ ๙๒๖๐/๒๕๑๖ ของศาลแพ่ง แต่บริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด และจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่จำเลยที่ ๑ จำนองออกขายทอดตลาด แต่ภริยาของจำเลยที่ ๑ ร้องขัดทรัพย์ ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ยังขายทอดตลาดไม่ได้ส่วนที่ดินที่บริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด จำนองนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดไว้ในคดีล้มละลายหมายเลขดำที่ ล.๙๒/๒๕๑๔ เคยนำออกขายทอดตลาดครั้งหนึ่งแล้ว โจทก์ซื้อได้ในราคา ๑๙ ล้านบาท แต่โจทก์ไม่ชำระราคาตามกำหนดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกเลิกการขายขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่าขายทอดตลาดแล้ว จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์คิดถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๖ รวมเป็นเงิน ๙,๙๒๑,๗๕๓.๔๓ บาท และจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นหนี้โจทก์คิดถึงวันดังกล่าวอีกรวมเป็นเงิน ๙,๘๔๐,๖๖๖.๑๙ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายอันควรตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่ จากข้อเท็จจริงซึ่งได้ความตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลย ทำให้มองเห็นพฤติการณ์ของจำเลยที่พยายามหน่วงเหนี่ยวการชำระหนี้แก่โจทก์ซึ่งหากความจริงทรัพย์สินที่จำเลยและ บริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด นำมาจำนองเพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ต่อโจทก์มีมูลค่าสูงกว่าจำนวนหนี้จริงดังที่จำเลยอ้างแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะปล่อยให้หนี้จำนวนนี้ต้องค้างชำระอยู่ต่อไปซึ่งเป็นเหตุให้ดอกเบี้ยตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดเพิ่มพูนปริมาณสูงขึ้น อันก่อภาระหนักแก่จำเลยที่จะต้องรับผิดมากยิ่งขึ้นไปอีกโดยไม่จำเป็น

ทั้งการที่ภริยาจำเลยที่ ๑ ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามายื่นคำร้องขัดทรัพย์อันเป็นอุปสรรคต่อการบังคับคดีของโจทก์ ก็ย่อมเป็นเหตุผลแสดงขัดอยู่ในตัวถึงเจตนาที่จะประวิงการชำระหนี้ให้เนิ่นนานออกไป ซึ่งย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ อย่างไรก็ตามการที่จำเลยฎีกาอ้างว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาด ทรัพย์สินของบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด เมื่อกลางปี ๒๕๒๘ แล้วก็ดี หรืออ้างว่าทางราชการได้ตีราคาหลักทรัพย์ของจำเลยเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๓๑ ในราคาตารางวาละ ๒๕,๐๐๐ บาท ก็ดีอันเป็นข้อเท็จจริงซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากวันที่ศาลล่างมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดไปแล้วเช่นนี้ ข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่นอนที่จะให้ฟังได้เช่นนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองเป็นอย่างอื่น คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายจิระ บุญพจนสุนทร
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3416/2566

การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 คือต้องถือหลักตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายจะถือเอาเจตนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวไม่ได้ นอกจากนี้ กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2566

หนี้ค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการใช้สอยทรัพย์สินที่เช่าที่โจทก์เสียไปตามสำเนาใบแจ้งหนี้ เป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน โดยหาจำต้องรอให้ศาลในคดีแพ่งพิพากษากำหนดจำนวนหนี้จนคดีถึงที่สุดแล้วนำมาฟ้องคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1815/2559

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุบลราชธานี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1526/2544 ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดอันมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้